Skip to content
Novel Sanook

Novel Sanook

ทุกเรื่องราวคือความสนุกที่ไม่มีวันจบ Where Every story Meets Fun

ซุปตาร์หน้าใสป่วนหัวใจยัยช่างแต่งหน้า

Posted on 11 มกราคม 202611 มกราคม 2026 By ไมเลอร์ 1 ความเห็น บน ซุปตาร์หน้าใสป่วนหัวใจยัยช่างแต่งหน้า
Post Views: 239

ซุปตาร์หน้าใสกับยัยช่างแต่งหน้า

คำโปรย…

“งานแต่งหน้า” ในค่ำคืนนั้น ควรจะจบลงแค่เบื้องหลัง…

แต่ ‘อคิน อัครเดโช’ กลับไม่ยอมให้มันจบ

‘เจล’ คิดว่าการที่ซูเปอร์สตาร์เบอร์หนึ่งของประเทศทักมาคุย… ก็เป็นแค่ “เกมแก้เบื่อ” ของคนดัง

เขาพยายามตั้งกำแพง รักษาระยะห่าง เพราะโลกของทั้งคู่มันต่างกันเกินไป

แต่…

“ผมจีบคนไม่เก่งหรอกนะ… งั้นผมขอใช้การกระทำแทนได้ไหม”

เมื่ออีกฝ่ายเดินหน้าจีบด้วยคารมที่แสนจริงใจ และการกระทำที่บ้าบิ่น

กำแพงที่สร้างไว้ก็พังทลาย…

สุดท้าย… เขาก็ต้อง “ยอมแพ้” ให้กับผู้ชายที่ชื่ออคิน

ตอนที่ 1 จุดเริ่มต้นของความวุ่นวาย

เสียงจอแจดังอื้ออึงไปทั่วบริเวณหลังเวทีของงาน “Ethereal Timepiece Gala” งานเปิดตัวนาฬิกาหรูแบรนด์ดังระดับโลกที่อิมพอร์ตดาราดังมาประชันกันจนพรมแดงแทบลุกเป็นไฟ

‘เจล’ หรือ ‘เจตนิพัทธ์’ ถอนหายใจเบา ๆ พลางเช็กอุปกรณ์ในกระเป๋าเครื่องสำอางคาดเอวของเขาเป็นครั้งสุดท้าย วันนี้เขาถูกจ้างมาในฐานะ “เมคอัพอาร์ติสต์สำรอง” ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ไม่น่าพิสมัยเท่าไหร่ มันหมายความว่าเขาต้องสแตนด์บายรอเผื่อทีมช่างหน้าหลักของเหล่า VVIP เกิดเหตุฉุกเฉิน หรือไม่ก็… แต่งหน้าให้กับทีมงานหรือดาราตัวประกอบที่ไม่มีช่างส่วนตัว

“น้องเจล!” เสียงแหลมของเจ๊จีจี้ ออแกไนเซอร์รุ่นใหญ่ ตะโกนเรียกเขาจนสุดเสียง “ทางนี้ด่วน! ช่างของอคินติดพายุฝนอยู่ตากใบ ยังมาไม่ถึง! วันนี้แกได้แจ็กพอตแล้ว รีบไปเลย ห้อง VVIP 1!”

เจลเบิกตากว้าง ‘อคิน’ งั้นเหรอ? ‘อคิน อัครเดโช’ ดาราท็อปเทียร์เบอร์หนึ่งของประเทศ เจ้าของฉายา “สามีแห่งชาติ” ผู้ชายที่แค่ขยับตัวก็เป็นข่าว… และเป็นคนที่ขึ้นชื่อเรื่องความเป๊ะ!

“ครับเจ๊!” เจลรับคำ สองขารีบก้าวไปยังห้องพักรับรองที่หรูหราที่สุด

หัวใจของเขาเต้นรัว ไม่ใช่เพราะตื่นเต้นที่จะได้เจอซูเปอร์สตาร์ แต่ตื่นเต้นกับความกดดันมากกว่า เขาเป็นช่างแต่งหน้าฟรีแลนซ์ที่ฝีมือดีคนหนึ่ง มีลูกค้าประจำ แต่การต้องมา “เสียบแทน” ช่างหน้าประจำของดาราระดับอคิน มันคือความเสี่ยง ถ้าทำได้ดีก็แค่เสมอตัว แต่ถ้าพลาด… เขาอาจจะดับในวงการนี้ได้เลย

เจลสูดหายใจลึก เคาะประตูสองครั้งก่อนจะเปิดเข้าไป

ภาพแรกที่เห็นคือร่างสูงโปร่งในชุดคลุมอาบน้ำผ้าไหมสีเข้ม นั่งหันหลังให้ประตู ใบหน้าสะท้อนอยู่ในกระจกบานใหญ่ อคินกำลังมองหน้าจอโทรศัพท์ด้วยสีหน้านิ่งเฉย แววตาคมกริบนั้นดูเหนื่อยล้าและ… เบื่อหน่าย อย่างเห็นได้ชัด

“เอ่อ… สวัสดีครับคุณอคิน ผมเจล เจตนิพัทธ์ เป็นช่างแต่งหน้าที่จะมาดูแลคุณอคินในวันนี้ครับ” เจลแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงที่เป็นมืออาชีพที่สุด

อคินละสายตาจากมือถือ หรี่ตามองเขาผ่านกระจกแวบหนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าหงึก ๆ “อืม”

เป็นคำตอบรับที่เย็นชาจนเจลรู้สึกเกร็งไปหมด

“งั้น… ผมขออนุญาตเริ่มเลยนะครับ งานจะเริ่มเดินพรมแดงในอีกหนึ่งชั่วโมงครึ่ง” เจลวางกระเป๋าอุปกรณ์ลง พยายามจัดแสงไฟให้พอเหมาะ

บรรยากาศในห้องเงียบกริบ มีเพียงเสียงแอร์และเสียงที่เจลเปิดอุปกรณ์ อคินหลับตาลงทันทีที่เจลเริ่มเช็ดทำความสะอาดผิวหน้า ท่าทางเหมือนต้องการพักผ่อนและไม่อยากคุยกับใคร

‘เอาล่ะเจตนิพัทธ์ แกต้องทำลายความเงียบนี้’ เจลคิดในใจ เขาไม่ชอบทำงานในบรรยากาศอึดอัด และที่สำคัญ ลูกค้าที่ผ่อนคลายมักจะให้ความร่วมมือในการแต่งหน้ามากกว่า

“วันนี้คุณอคินดูผิวพักผ่อนน้อยนิดหน่อยนะครับ” เจลเริ่มชวนคุยตามสไตล์ “แต่ไม่ต้องห่วงครับ สภาพผิวดีมาก ลงรองพื้นง่ายเลย”

อคินลืมตาขึ้นข้างหนึ่ง มองเขาแวบหนึ่ง “ถ่ายละครถึงเช้า”

“โห… หนักเลยสิครับ” เจลยิ้ม “ผมเห็นทีเซอร์แล้วนะ ที่เล่นเป็นทหารสมัยอยุธยา ท่าทางจะบู๊หนักน่าดู”

“ก็งั้น ๆ”

‘ตอบคำเดียวอีกแล้ว’ เจลเกือบจะถอดใจ แต่ความเป็นมืออาชีพ (และนิสัยช่างพูดส่วนตัว) มันห้ามไม่ได้

“แต่งานวันนี้ธีมค่อนข้างหรูหรานะครับ” เจลว่าพลางใช้ฟองน้ำเกลี่ยรองพื้นอย่างเบามือ “คอนเซ็ปต์คือ ‘Ethereal’ ผมว่าลุคที่ดูคลีน ๆ แต่เน้นความคมชัดของดวงตาน่าจะเหมาะกับคุณอคินมาก แสงแฟลชสาดมานี่ ตากล้องรัวชัตเตอร์ไม่ยั้งแน่นอน”

เจลพูดไปเรื่อย ๆ ตามประสาคนอัธยาศัยดี เขาไม่ได้พยายามจะประจบ แต่อธิบายสิ่งที่เขากำลังจะทำ และพยายามทำให้คนตรงหน้าผ่อนคลายไปด้วย

“ปกติผมเห็นช่างประจำของคุณอคิน (พี่ฝน) เขาจะชอบเน้นงานโชว์ผิวของคุณใช่ไหมครับ วันนี้ผมก็จะพยายามคีปลุคนั้นไว้นะครับ แต่ขออนุญาตเติมคอนทัวร์ช่วงกรามให้ชัดขึ้นนิดนึง เวลาหันข้างรับกับแสงไฟบนเวทีจะได้เป๊ะปังอลังการไปเลย”

อคินที่หลับตาอยู่ ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมองช่างแต่งหน้าตรงหน้าอีกครั้ง คราวนี้เขามองนานกว่าเดิม

ปกติเขาไม่ชอบให้ใครมาชวนคุยตอนทำงาน เขามักจะใส่หูฟังหรือหลับตาไปเลย ช่างหน้าคนอื่น ๆ ก็จะรู้มารยาทและเงียบกริบ แต่เด็กคนนี้… ‘เจล’ ไม่ได้แค่พูดเจื้อยแจ้ว แต่ทุกคำพูดของเขามีเหตุผล มีการวิเคราะห์ และที่สำคัญ… น้ำเสียงนั้นมันฟังดู จริงใจ

“แล้วนี่… ไม่ตื่นเต้นเหรอ” จู่ ๆ อคินก็ถามขึ้น ทำเอาเจลที่กำลังจะหยิบแปรงปัดแก้มถึงกับชะงัก

“ตื่นเต้นสิครับ” เจลหัวเราะเบา ๆ “ตื่นเต้นจนมือสั่นตอนเปิดประตูเข้ามานั่นแหละครับ แต่พอได้จับหน้าคุณอคินแล้วก็หาย”

“ทำไม”

“ก็… มันเป็นงานของผมอะครับ” เจลยิ้มตาหยี “ต่อให้คนที่นั่งตรงหน้าเป็นประธานาธิบดี หรือเป็นคุณอคิน อัครเดโช หน้าที่ผมก็คือต้องทำให้เขาดูดีที่สุดในวันนี้ พอโฟกัสที่งาน ความตื่นเต้นมันก็กลายเป็นสมาธิแทนครับ”

เจลยื่นพัฟแป้งฝุ่นให้ซูเปอร์สตาร์หนุ่ม “เม้มปากนิดนึงครับ… โอเคครับ… แล้วนี่งานเสร็จคุณอคินไปต่อเลยรึเปล่าครับ หรือได้พักผ่อน”

อคินมองดวงตาใสแป๋วที่กำลังตั้งใจเกลี่ยอายแชโดว์ให้เขาผ่านกระจก ปากบาง ๆ นั่นขยับพูดไม่หยุด แต่กลับไม่น่ารำคาญเหมือนที่เขาเคยเจอ

“ไปต่อ” เขายอมตอบ “มีถ่ายสัมภาษณ์นิตยสาร”

“โห! สามีแห่งชาติก็ต้องทำงานหนักสมมงจริง ๆ นะครับ” เจลแซว พลางดัดขนตาให้ “อ่ะ มองต่ำครับ… ค้างไว้นะครับ… ดีครับ”

เวลาหนึ่งชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็วผิดคาดสำหรับอคิน ปกติการแต่งหน้าทำผมคืองานน่าเบื่อที่เขาต้องทน แต่ครั้งนี้ เขากลับรู้สึก… เพลิน

“เรียบร้อยครับ!” เจลประกาศด้วยความภูมิใจ เขาถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อชื่นชมผลงานตัวเอง

อคินลืมตามองตัวเองในกระจก…

มันสมบูรณ์แบบ ผิวดูดีเหมือนนอนมาเต็มอิ่ม ดวงตาคมขึ้นแต่ไม่ดูดุ และที่สำคัญ มันยังคงความเป็น ‘อคิน’ ไม่ได้ถูกโบกจนหนาเตอะเหมือนช่างคนอื่นที่พยายาม “สร้างผลงาน” บนหน้าเขา

“ขอบคุณครับ” เจลพูด พลางเริ่มเก็บของอย่างรวดเร็ว “เดี๋ยวผมรอสแตนด์บายอยู่ด้านนอกนะครับ เผื่อต้องเติมหน้าระหว่างงาน”

“เดี๋ยว” อคินเรียกไว้

เจลหันกลับมา “ครับ?”

อคินทำท่าเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่แล้ว ‘พี่โช’ ผู้จัดการส่วนตัวของเขาก็เปิดประตูพรวดเข้ามา

“อคิน! เสร็จรึยังลูก! น้อง ๆ นักข่าวรอแล้ว” พี่โชหันมาเห็นเจล “อ้าว! นี่ช่างคนใหม่เหรอ เสร็จพอดีเลย ขอบใจมากนะน้อง”

“ครับ” เจลโค้งให้

อคินมองตามร่างโปร่งบางของช่างแต่งหน้าที่กำลังจะเดินออกจากห้องไป เขารู้สึก… ไม่อยากให้ไป

“พี่โช” อคินพูดขึ้นขณะที่กำลังเปลี่ยนเป็นชุดสูทหรู

“ว่าไง”

“ช่างคนเมื่อกี้… ชื่ออะไรนะ”

“น้องเจล… มั้ง เห็นเจ๊จีจี้บอกมา”

“ขอเบอร์ติดต่อไว้หน่อยสิ”

พี่โชหันขวับ “จะจองคิวเหรอ? แล้วพี่ฝนล่ะ?”

“เผื่อไว้” อคินตอบเสียงเรียบ ติดกระดุมเม็ดสุดท้าย “บอกว่าเผื่อมีงานด่วน หรือ… งานส่วนตัวที่ไม่อยากให้เป็นทางการ”

พี่โชหรี่ตามองดาราในสังกัดอย่างรู้ทัน ‘งานส่วนตัว’ เหรอ… ไม่ค่อยได้ยินคำนี้จากปากอคินเท่าไหร่

“เออ ๆ เดี๋ยวจัดการให้”

คืนนั้น เวลาตีหนึ่ง…

เจลลากสังขารกลับมาถึงคอนโดเล็ก ๆ ของตัวเอง เขาทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างหมดแรง งานวันนี้ผ่านไปด้วยดี แม้จะต้องวิ่งตามเติมหน้าให้อคินหลังพรมแดง แต่ซูเปอร์สตาร์คนนั้นก็ไม่ได้เย็นชาเหมือนตอนแรก เขามีพยักหน้าให้ มี “ขอบคุณครับ” เบา ๆ ตอนยื่นทิชชู่ให้ซับเหงื่อ

ตื๊ด… ตื๊ด…

โทรศัพท์มือถือที่เขวี้ยงไว้บนหัวเตียงสั่นขึ้นมา แจ้งเตือนว่ามีข้อความเข้าจากเบอร์ที่ไม่รู้จัก

เจลหยิบมาเปิดอ่านอย่างงัวเงีย

Unknown Number: ขอบคุณสำหรับวันนี้นะครับ

เจลขมวดคิ้ว ใครกัน? ลูกค้าคนไหน?

Me: สวัสดีครับ ขอโทษครับ นี่ใครเหรอครับ?

ข้อความถูกอ่านทันที และคำตอบที่เด้งกลับมาก็ทำให้เจลตาสว่าง หายง่วงเป็นปลิดทิ้ง

Unknown Number: อคินครับ

ตอนที่ 2 คลื่นใต้น้ำในกล่องข้อความ

เจลตื่นขึ้นมาในเช้าวันรุ่งขึ้นด้วยความรู้สึกเหมือนเมื่อคืนเขาฝันไป

ฝันว่าได้แต่งหน้าให้ อคิน อัครเดโช…

ฝันว่าอคิน อัครเดโช… ส่งข้อความมาหาเขา?

ร่างโปร่งบางดีดตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียง ควานหามือถือที่ชาร์จทิ้งไว้ทันที เขากดเปิดหน้าจอแชทที่ค้างไว้เมื่อคืน นิ้วโป้งเลื่อนอ่านซ้ำ ๆ

Unknown Number: ขอบคุณสำหรับวันนี้นะครับ

Me: สวัสดีครับ ขอโทษครับ นี่ใครเหรอครับ?

Unknown Number: อคินครับ

เจลกลืนน้ำลายแห้ง ๆ ลงคอ มันยังอยู่… ข้อความยังอยู่

ช่างแต่งหน้าหนุ่มถอนหายใจยาว พยายามสลัดความฟุ้งซ่านออกจากหัว นี่มันเรื่องตลกร้ายอะไรกัน ซูเปอร์สตาร์เบอร์หนึ่งของประเทศเนี่ยนะ จะมานั่งส่งข้อความหาช่างแต่งหน้าฟรีแลนซ์อย่างเขาตอนตีหนึ่ง?

“เป็นไปไม่ได้” เจลพึมพำกับตัวเอง “อย่างมากก็คงเป็นพี่โช ผู้จัดการเขานั่นแหละ ใช้ไลน์ออฟฟิศของอคินส่งมาขอบคุณตามมารยาท”

เขาพยายามหาเหตุผลที่สมจริงที่สุดมาสนับสนุนความคิดนี้ ดาราดัง ๆ ก็มักจะมีทีมงานคอยจัดการเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว อคินคงไม่ได้มานั่งจำเบอร์ช่างแต่งหน้าสำรองที่เพิ่งเจอกันไม่กี่ชั่วโมงหรอก

เจลคิดว่าตัวเองควรจะตอบกลับไปแบบมืออาชีพที่สุด

Me: ด้วยความยินดีอย่างยิ่งครับ เป็นเกียรติที่ได้ดูแลคุณอคินครับ หวังว่าจะมีโอกาสได้ร่วมงานกันอีกนะครับ

เขากดส่งข้อความนั้นไป รู้สึกว่ามันเป็นการปิดการสนทนาที่เหมาะสมที่สุดแล้ว—สุภาพ เป็นทางการ และไม่เปิดโอกาสให้คุยเล่น

เจลวางมือถือลง ตัดสินใจไปอาบน้ำและเตรียมตัวสำหรับงานต่อไปของวันนี้ ซึ่งเป็นงานถ่ายแบบเสื้อผ้าออนไลน์เล็ก ๆ ที่สตูดิโอแถวลาดพร้าว มันช่างห่างไกลจากความหรูหราอลังการของ Ethereal Gala เมื่อคืนลิบลับ

…

หลายวันผ่านไป เจลเกือบลืมเรื่องแชทประหลาดในคืนนั้นไปแล้ว เขากลับสู่วังวนชีวิตปกติ วิ่งรอกรับงานแต่งหน้าทั่วไป จนกระทั่งบ่ายวันหนึ่งขณะที่เขากำลังนั่งกินส้มตำอยู่ร้านข้างสตูดิโอ เสียงแจ้งเตือนข้อความก็ดังขึ้น

มันเป็นเบอร์เดิม… เบอร์ที่เขาเมมชื่อไว้เล่น ๆ ว่า ‘Akin (?)’

Akin (?): ขอโทษที่รบกวนนะครับเจล พอดีผมมีเรื่องอยากปรึกษานิดหน่อย

เจลเกือบสำลักข้าวเหนียว เขารีบเช็ดมือแล้วกดเปิดอ่าน

Akin (?): มอยส์เจอไรเซอร์ที่เจลใช้ให้ผมวันนั้น ยี่ห้ออะไรเหรอครับ พอดีที่ช่างประจำทิ้งไว้ให้ มันหนักหน้าไปหน่อย

คราวนี้เจลขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม นี่มัน… ดูเฉพาะเจาะจงเกินกว่าจะเป็นทีมงานส่งมาถาม

เขาใช้เวลาคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพิมพ์ชื่อผลิตภัณฑ์และคุณสมบัติสั้น ๆ ของมันส่งกลับไป

Me: เป็นตัว [ชื่อแบรนด์] ครับ รุ่น Hydrating Gel-Cream เหมาะกับผิวผสมค่อนข้างมันที่ขาดน้ำครับ ไม่หนักผิว แต่เติมความชุ่มชื้นได้ดี

เขาคิดว่าอีกฝ่ายคงอ่านแล้วก็เงียบไป แต่ผิดคาด ข้อความตอบกลับเด้งขึ้นมาแทบทันที

Akin (?): ขอบคุณมากครับ วันนั้นผิวมันดูดีจริง ๆ ขนาดผมเพิ่งถ่ายละครโต้รุ่งมา

เจลเผลอยิ้มออกมานิด ๆ “ก็คนมันเก่ง” เขาบ่นอุบอิบกับตัวเอง

Akin (?): พิมพ์คุยไม่ค่อยถนัดเลย ผมขอโทรหาสักครู่นะครับ สะดวกไหม?

นิ้วของเจลค้างอยู่กลางอากาศ “โทร?” เขาอุทานออกมาเบา ๆ

ยังไม่ทันที่เขาจะได้พิมพ์ตอบว่า “ไม่สะดวก!” หรือ “ติดงาน!” หน้าจอมือถือก็สว่างวาบขึ้น พร้อมกับชื่อ ‘Akin (?)’ ที่กำลังโทรเข้ามา

เจลสะดุ้งโหยง เขารีบคว้าจานส้มตำลุกพรวดจากร้าน “ป้าครับ เก็บตังค์!” เขาตะโกนบอกแม่ค้า พลางวิ่งไปหลบมุมที่ข้างสตูดิโอซึ่งเสียงเบาที่สุด

“ฮะ… ฮัลโหลครับ” เขากดรับสาย เสียงสั่นเล็กน้อย

[…สวัสดีครับเจล]

เสียงทุ้ม นุ่มลึก และคุ้นเคยอย่างร้ายกาจ… เสียงเดียวกับที่เขาได้ยินในทีวี ในหนัง และในห้อง VVIP วันนั้น

นี่ไม่ใช่พี่โช นี่ไม่ใช่ทีมงาน… นี่คือ อคิน อัครเดโช ตัวจริงเสียงจริง

“คะ… ครับ คุณอคิน” เจลพยายามคุมเสียงให้เป็นปกติที่สุด “มีอะไรให้ผมรับใช้เพิ่มเติมรึเปล่าครับ เรื่องครีม…”

[เปล่าครับ เรื่องครีมนั่นผมแค่หาเรื่องทักมาเฉย ๆ]

“…” เจลนิ่งไปทันที

เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังมาจากปลายสาย [อย่าเพิ่งทำหน้าเครียดสิครับ… ผมแค่อยากขอบคุณเจลอย่างเป็นทางการอีกครั้ง วันนั้นคุณมืออาชีพมาก]

“อ๋อ… ครับ ยินดีครับ”

[และ… ผมก็อยากจะบอกว่า] อคินเว้นจังหวะ [ผมไม่เคยเจอช่างแต่งหน้าคนไหนที่พูดเก่งเท่าคุณมาก่อน]

เจลหน้าร้อนผ่าว “ผม… ผมพูดมากไปเหรอครับ ต้องขอโทษด้วย ปกติผมเป็นคนแบบนี้แหละครับ กลัวลูกค้าเบื่อถ้าบรรยากาศมันเงียบไป”

[ไม่เลย] อคินตอบทันที [มันไม่น่าเบื่อเลย ปกติเวลาผมแต่งหน้า ผมจะใส่หูฟังหรือไม่ก็หลับตา เพราะทุกคนรอบตัวผมเอาแต่พูดว่า ‘ดีครับท่าน’ ‘สุดยอดครับคุณอคิน’ ‘หล่อมากค่ะ’ …มันน่าเบื่อ]

น้ำเสียงของอคินฟังดูเหนื่อยหน่ายอย่างที่เจลรู้สึกได้ในวันแรกที่เจอ

[แต่คุณ… คุณบ่นเรื่องแสงไฟ แซวเรื่องคอนทัวร์กรามผม วิเคราะห์งานผิวผม… มัน… มันจริงดี]

“…”

[ผมเลย… แค่อยากคุยด้วยอีก]

เจลรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังลอยอยู่ในอวกาศ นี่คือซูเปอร์สตาร์ที่ทุกคนเข้าไม่ถึงกำลังบอกว่าอยากคุยกับเขางั้นเหรอ?

“คุณอคินครับ” เจลตัดสินใจพูดตรง ๆ ตามนิสัย “คุณคง… แค่เบื่อ ๆ ใช่ไหมครับ”

ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง […อาจจะใช่] อคินยอมรับ [ผมเบื่อมากเจล… แล้วการได้คุยกับคุณวันนั้น มันทำให้ผมหายเบื่อ]

หลังจากวันนั้น การสนทนาก็ไม่ได้จบลง

มันเริ่มจากการเป็น “ที่ปรึกษาด้านความงาม” จำเป็น อคินมักจะถ่ายรูปผลิตภัณฑ์ที่กองถ่ายส่งมาถามว่า “ตัวนี้ดีไหม” “กันแดดนี่อุดตันรึเปล่า”

เจลก็ตอบไปตามประสาคนรักเครื่องสำอาง ตอบอย่างเมามันในฐานะผู้เชี่ยวชาญ

แต่ไม่นาน… หัวข้อสนทนาก็เริ่มเปลี่ยนไป

Akin: วันนี้ถ่ายบู๊ ตากฝนปลอมตั้งแต่เช้า… อยากกินหมูกระทะ

Me: อดทนไว้ครับคุณอคิน เดี๋ยวถ่ายเสร็จค่อยจัดเต็ม (ระวังผู้จัดการดุนะครับ)

Akin: เรียกผมว่าอคินเฉย ๆ ได้ไหม …แล้วนี่เจลทำอะไรอยู่

การสนทนาเริ่มกลายเป็นเรื่องสัพเพเหระ อคินส่งรูปแมวจรที่กองถ่ายมาให้ดู เจลส่งรูปต้นกระบองเพชรที่เลี้ยงไว้ไปอวด

เจลรู้ตัวดีว่าเขากำลังก้าวเข้าไปในเขตอันตราย เขายังคงพยายามรักษาระยะห่าง ตั้งกำแพงในใจว่า “เขาแค่เบื่อ” “เขาแค่เหงา” “เขาคุยเล่นไปเรื่อย”

เจลไม่เคยคิดเลยว่าอคินจะ “จีบ” เขา ดาราระดับนั้นน่ะเหรอจะมาสนใจช่างแต่งหน้าธรรมดา ๆ อย่างเขา? ไร้สาระ

จนกระทั่งเย็นวันศุกร์หนึ่ง…

Akin: อาทิตย์หน้า ผมมีงานเลี้ยงภายในของแบรนด์นาฬิกา… งานเดิมนั่นแหละ แต่เป็นปาร์ตี้ส่วนตัวสำหรับ VVIP จริง ๆ

Me: ครับ? (เจลคิดในใจว่า บอกเขาทำไม)

Akin: ผมบอกพี่โชไปแล้วว่า ผมอยากให้เจลมาแต่งหน้าให้ผม

เจลหัวใจกระตุก

Me: อ้าว… แล้วพี่ฝน (ช่างประจำ) ล่ะครับ?

Akin: ผมบอกเขาว่าผมอยากลองลุคใหม่ ๆ …เจลไม่ว่างเหรอครับ

นี่มันไม่ใช่แค่การชวนคุยแก้เบื่อ นี่คือการ “เจาะจง” ตัวเขา มันคือการใช้อภิสิทธิ์ของซูเปอร์สตาร์เพื่อที่จะได้เจอกัน

Me: ผม… ต้องเช็กคิวก่อนครับ (ทั้งที่เขารู้ว่าวันนั้นว่าง)

Akin: รบกวน… ทำให้มันว่างได้ไหมครับ

ข้อความที่ส่งกลับมาทำเอาเจลแทบปามือถือทิ้ง

Akin: ผมอยากเจอ

มันเป็นประโยคบอกเล่าธรรมดา ๆ แต่สั่นสะเทือนความรู้สึกของเจลอย่างรุนแรง

นี่ไม่ใช่ “คารม” หวานเลี่ยน ไม่ใช่การ “จีบ” แบบโจ่งแจ้งที่เขาเคยเจอ แต่มันคือการ “รุก” แบบเงียบ ๆ ทรงพลัง และ… มีชั้นเชิง

เจลนั่งมองข้อความนั้นนิ่ง ๆ หัวใจเต้นโครมครามอยู่ในอก

เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่ปากเหว เขารู้ว่าถ้าเขาก้าวต่อไป เขาจะถอนตัวไม่ขึ้นแน่ ๆ กับผู้ชายคนนี้ ผู้ชายที่ภายนอกดูเย็นชาเหมือนน้ำแข็ง แต่กลับซ่อนความออดอ้อน (ในแบบของเขา) และความโดดเดี่ยวไว้ภายใต้แสงสปอตไลต์

เจลพ่นลมหายใจออกมาแรง ๆ เขากำลังจะแพ้… เขากำลังจะยอมแพ้ให้กับความใส่ใจเล็ก ๆ น้อย ๆ และสายตาคม ๆ ที่เขายังจำได้ติดตาจากในห้อง VIP วันนั้น

เขาพิมพ์ตอบกลับไปช้า ๆ

Me: ถ้าคุณอคินต้องการ… ผมจะล็อกคิวไว้ให้ครับ

Akin: ไม่ใช่ ‘คุณอคินต้องการ’

Akin: ‘ผม’ ต้องการครับเจล …ขอบคุณนะ

คืนนั้น เจลนอนไม่หลับ เขารู้ตัวแล้วว่า… ไอ้กำแพงที่เขาพยายามสร้างไว้ว่า “อย่าไปคิดจริงจัง” …มันกำลังจะพังลงมาไม่เป็นท่า

ตอนที่ 3 เสน่หาใต้แสงจันทร์ (และแสงไฟ)

งานเลี้ยง VVIP ส่วนตัวของแบรนด์นาฬิกา ถูกจัดขึ้นที่เพนต์เฮาส์หรูบนชั้นดาดฟ้าของโรงแรมห้าดาวแห่งหนึ่ง บรรยากาศแตกต่างจากงานกาล่าครั้งก่อนโดยสิ้นเชิง

ครั้งนั้น… คือความโกลาหลอลหม่าน แสงแฟลช และกองทัพสื่อ

ครั้งนี้… คือความเงียบสงบ แสงจันทร์สลัว ดนตรีแจ๊สคลอเบา ๆ และแขกเหรื่อไม่เกินห้าสิบคนที่ล้วนเป็นบุคคลระดับท็อปของวงการ

เจลรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสิ่งแปลกปลอมที่สุดในงาน เขาถูกพามายังห้องสวีทส่วนตัวที่จัดไว้สำหรับอคิน ทันทีที่ประตูลิฟต์ส่วนตัวเปิดออก ร่างสูงในชุดคลุมสีเข้มก็ยืนรออยู่แล้ว…

…โดยไม่มีพี่โช

“มาแล้วเหรอ” อคินทักทาย น้ำเสียงนั้นเรียบง่าย แต่แววตากลับไม่เรียบง่ายเหมือนน้ำเสียง มันมีความคาดหวังบางอย่างฉายชัดจนเจลต้องหลบตา

“สวัสดีครับคุณอคิน… เอ๊ย อคิน” เจลพยายามปรับการเรียกขานตามที่อีกฝ่ายเคยขอไว้ในแชท “ขอโทษที่ช้าครับ รถติดนิดหน่อย”

“ไม่ช้าเลย” อคินตอบ พลางผายมือให้เข้าไปในห้อง “ผมเพิ่งอาบน้ำเสร็จ… วันนี้… ตามสบายนะ ไม่ต้องรีบ”

คำว่า “ไม่ต้องรีบ” ทำให้เจลใจสั่นแปลก ๆ เขาสูดหายใจลึก พยายามดึงสติกลับมาที่ “งาน”

“ครับ งั้นผมขอเริ่มเลยนะ… วันนี้ธีมเป็นยังไงครับ” เจลถามพลางจัดอุปกรณ์

“ผมไม่รู้” อคินนั่งลงหน้ากระจก “ผมรู้แค่ว่าวันนี้ผมอยากให้คุณแต่งให้”

คำตอบที่ไม่ตรงคำถามทำเอาเจลไปไม่เป็น เขาหัวเราะแห้ง ๆ “โอเค… งั้นผมขอวิเคราะห์เองเลยแล้วกันนะครับ งานเลี้ยงกลางคืนแบบเอ็กซ์คลูซีฟ… ผมว่าลุค ‘Effortless Glam’ น่าจะเหมาะที่สุด”

“คืออะไร” อคินถามทันที แววตาสนใจใคร่รู้

“ก็คือ… ดูหล่อแบบเหมือนไม่ได้พยายาม แต่จริง ๆ คือพยายามมาก” เจลอธิบายพลางเริ่มลงสกินแคร์ “ดูเหมือนตื่นมาก็หล่อเลย ผิวดีเหมือนนอนวันละสิบชั่วโมง ทั้งที่ความจริง… คุณเพิ่งถ่ายละครโต้รุ่งมาใช่ไหมล่ะ”

เจลชี้ไปที่รอยคล้ำจาง ๆ ใต้ตาของซูเปอร์สตาร์

อคินยิ้ม… เป็นรอยยิ้มมุมปากที่เจลไม่เคยเห็นมาก่อน “คุณรู้ได้ไง”

“ตาคุณมันฟ้องครับ” เจลตอบตามตรง “และ… คุณก็บอกผมในแชทเมื่อคืนไงว่าเพิ่งปิดกล้อง”

“คุณจำได้ด้วย”

“ผมจำรายละเอียดลูกค้าทุกคนได้อยู่แล้วครับ” เจลพยายามพูดให้มันเป็นเรื่องงาน

“เหรอ” อคินลากเสียงยาว “งั้นคุณก็คงจำได้สินะ ว่าเมื่อคืนผมนอกจากจะบ่นเรื่องปิดกล้องแล้ว ผมพูดอะไรอีก”

มือที่กำลังจะแตะคอนซีลเลอร์ของเจลชะงักกึก

Akin (02:14 AM): พรุ่งนี้จะได้เจอแล้ว… ดีใจนะ

แก้มของเจลร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อ ๆ “ผม… ก็จำได้แต่เรื่องงานนั่นแหละครับ” เขาโกหก

อคินหัวเราะในลำคอเบา ๆ “คุณนี่… ปากแข็งจังนะ”

เจลเม้มปากแน่น “ตั้งใจทำงานครับ… หลับตาครับ”

เขาพยายามเร่งมือ แต่บรรยากาศในห้องมันช่างต่างจากครั้งแรกเหลือเกิน ครั้งนั้นมีความประหม่า ความเกร็ง แต่ครั้งนี้… มันมีแต่ความตึงเครียดบางอย่างที่อัดแน่นอยู่ในอากาศ มันคือแรงดึงดูดที่เจลพยายามต่อต้านสุดชีวิต

อคินก็ดูเหมือนจะรู้ทัน เขานั่งนิ่ง ๆ ปล่อยให้เจลทำงาน แต่สายตากลับจ้องมองใบหน้าของเจลที่กำลังตั้งอกตั้งใจผ่านกระจกไม่วางตา

“เจล”

“ครับ”

“คุณทำงานนี้มานานรึยัง”

“ก็… สี่ห้าปีแล้วครับ” เจลตอบพลางเกลี่ยอายแชโดว์สีน้ำตาลเข้มที่ขอบตา “ทำไมเหรอครับ”

“เปล่า” อคินตอบ “ผมแค่นึกสงสัย… ว่ามีลูกค้าคนอื่น… พยายามคุยกับคุณเหมือนที่ผมทำรึเปล่า”

พู่กันในมือเจลสะดุดไปเล็กน้อย “ก็… มีบ้างครับ”

“แล้วคุณตอบเขายังไง”

“ผมก็… ชวนคุยเรื่องอื่นไปเรื่อยเปื่อยครับ”

“เหมือนที่คุณกำลังพยายามทำกับผมตอนนี้?” อคินถามตรงเผง

เจลเงียบไปเลย เขากลืนน้ำลาย “คุณอคิน… ผมว่าเรารีบแต่งหน้าให้เสร็จดีกว่านะครับ เดี๋ยวพี่โชจะมาตาม”

“พี่โชไม่มา” อคินสวนทันควัน “วันนี้ผมบอกเขาว่าผมต้องการสมาธิ… ผมอยากอยู่กับช่างแต่งหน้าแค่สองคน”

ประโยค “อยู่กับช่างแต่งหน้าแค่สองคน” ถูกเน้นเสียงจนเจตนาชัดเจนเกินไป

เจลถอยหลังออกมาหนึ่งก้าว หัวใจของเขาเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมานอกอก นี่มันไม่ใช่การหยอดเล่น ๆ แล้ว นี่มันคือการประกาศสงคราม… สงครามประสาทที่เขากำลังจะแพ้ราบคาบ

“คุณอคิน… คุณกำลังทำให้ผมทำงานลำบากนะครับ” เจลพูดเสียงเบา

“ผมเหรอ” อคินเลิกคิ้ว “ผมนั่งนิ่ง ๆ ให้คุณแต่งหน้าอยู่เลยนะ”

“ก็… ก็สายตาคุณไง!” เจลเผลอโพล่งออกไป ก่อนจะรีบยกมือปิดปากตัวเอง

อคินยิ้มกว้าง รอยยิ้มที่ถ้าหลุดออกไปในสื่อ แฟนคลับคงละลายกันทั้งประเทศ “สายตาผมมันทำไมเหรอครับ”

“มัน… มัน…” เจลพูดไม่ออก “คุณก็รู้ว่ามันทำไม!”

อคินลุกขึ้นยืนช้า ๆ ร่างสูงสง่าในชุดคลุมอาบน้ำก้าวเข้ามาหาเจลที่กำลังยืนตัวแข็งทื่ออยู่หน้ากระเป๋าเครื่องสำอาง

ตอนนี้ระยะห่างระหว่างพวกเขามีน้อยมาก เจลต้องเงยหน้าขึ้นเพื่อสบตากับดาราหนุ่ม

“คุณรู้ตัวไหมเจล” อคินพูดเสียงทุ้มต่ำ “ว่าเวลาคุณเขิน… คุณชอบเผลอกัดปากตัวเอง”

เจลรีบปล่อยริมฝีปากตัวเองเป็นอิสระทันที

“เวลาคุณโกหก… ปลายหูคุณจะแดง”

เจลเผลอยกมือไปจับหู

“และเวลาคุณพยายามตั้งสติ…” อคินยื่นนิ้วมาแตะเบา ๆ ที่หว่างคิ้วของเจลที่ขมวดเข้าหากัน “…คุณจะขมวดคิ้วแบบนี้”

เจลปัดมืออคินออกเบา ๆ “คุณอคิน… พอเถอะครับ”

“ทำไม” อคินไม่ถอย เขาก้าวเข้ามาอีกครึ่งก้าว “คุณไม่ชอบเหรอ”

“ผม… ผมไม่รู้ว่าคุณกำลังทำอะไร” เจลตอบตามตรง เขาสับสนไปหมด “คุณเป็นดารา คุณคืออคิน อัครเดโช… แล้วผม… ผมเป็นแค่ช่างแต่งหน้า คุณจะมาสนใจอะไรผม คุณแค่เบื่อ แค่เหงา… คุณไม่ควรมาทำแบบนี้กับผม”

“ถ้าผมบอกว่าผมไม่ได้เบื่อล่ะ” แววตาของอคินจริงจังขึ้นมา “ถ้าผมบอกว่าตั้งแต่ผมเข้าวงการมา… คุณเป็นคนแรกที่ผมรู้สึกว่าผมอยากคุยด้วย… อยากเจอหน้า… อยากรู้ว่าวันนี้เขาจะบ่นเรื่องอะไร”

“…”

“ผมไม่รู้หรอกนะว่านี่มันเรียกว่าอะไร” อคินสารภาพ “ผมไม่เก่งเรื่องพวกนี้ แต่ผมรู้แค่ว่า… ผมไม่อยากให้คุณหายไปหลังจากจบงานวันนี้”

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นมาเหมือนเสียงสวรรค์ช่วยชีวิต เจลสะดุ้งถอยหลังกรูด

“อคิน! เสร็จรึยังครับ แขกเริ่มมาแล้ว” เสียงพี่โชดังมาจากหน้าประตู

อคินหลับตาลงช้า ๆ พยายามระงับอารมณ์บางอย่าง ก่อนจะหันไปตะโกนตอบ “เสร็จแล้วครับพี่! ขอเปลี่ยนชุดแป๊บ!”

เขามองหน้าเจลที่กำลังหน้าซีดเผือด สลับกับแดงก่ำ

“วันนี้… ผมยังไม่ได้คำตอบจากคุณนะเจล” อคินพูดทิ้งท้าย ก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องแต่งตัว ทิ้งให้เจลยืนตัวสั่นอยู่กลางห้อง ทบทวนประโยคที่เหมือนระเบิดเวลาเมื่อสักครู่

…

ตลอดทั้งงาน เจลต้องทำหน้าที่สแตนด์บายอยู่หลังเวทีคอยซับหน้า เติมปากให้อคินเป็นระยะ ๆ แต่ทุกครั้งที่ต้องเข้าใกล้กัน บรรยากาศอึดอัดและประจุไฟฟ้าบางอย่างก็แล่นพล่านไปทั่ว

เจลพยายามทำตัวเป็นอากาศธาตุ ทำงานให้เร็วที่สุดแล้วรีบปลีกตัวออกมา

แต่อคินก็ไม่ยอมให้มันง่ายอย่างนั้น

ทุกครั้งที่เจลยื่นกระดาษซับมันให้ นิ้วของอคินจะแกล้งแตะโดนนิ้วของเขา

ทุกครั้งที่เจลเขย่งไปเติมลิปบาล์มให้ อคินจะแกล้งโน้มหน้าลงมาใกล้… ใกล้จนเจลได้กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ และลมหายใจอุ่น ๆ ของเขา

“พอได้แล้วน่า…” เจลกระซิบเสียงเขียว ขณะที่กำลังทำทีเป็นจัดปกเสื้อสูทให้

“คุณหมายถึงอะไรครับ” อคินแกล้งทำหน้าซื่อ ตอบเสียงดังพอให้คนรอบข้างได้ยิน “อ้อ ปกเสื้อผมเหรอ ขอบคุณครับ”

เจลอยากจะทุ้งอกคนเจ้าเล่ห์นี่สักที!

จนกระทั่งงานเลิก…

เจลเก็บของอย่างรวดเร็ว ปฏิเสธค่าแท็กซี่จากทีมงาน และรีบวิ่งไปที่ลิฟต์พนักงาน เขาแค่อยากหนีออกจากสถานการณ์บ้า ๆ นี้ให้เร็วที่สุด

เขารู้ตัวแล้ว… เขากำลังแพ้

แพ้ให้กับคารม แพ้ให้กับสายตา และแพ้ให้กับความจริงจังที่ซ่อนอยู่ใต้ท่าทีขี้แกล้งนั่น

ตื๊ด…

มือถือในกระเป๋ากางเกงสั่นขณะที่เขากำลังจะก้าวออกจากประตูโรงแรม

Akin: อยู่ไหนครับ

เจลถอนหายใจ เขากำลังจะพิมพ์ตอบว่า “กลับบ้านแล้ว”

Akin: อย่าโกหก… ผมรู้ว่าคุณยังไม่ออกไป

เจลชะงัก

Akin: ผมบอกพี่โชว่าผมลืมของไว้ที่ห้อง ต้องกลับขึ้นไปเอา

Akin: รอผมที่ลานจอดรถชั้นใต้ดิน โซน B เสาต้นที่ 14… ผมจะไปส่ง

หัวใจของเจลหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม

Me: ไม่ได้เด็ดขาด! คุณจะออกมาได้ยังไง! ถ้ามีคนเห็นล่ะ!

Akin: ผมจัดการได้น่า… ผมมีทางออกส่วนตัว

Akin: 5 นาที… ถ้าคุณไม่มา ผมจะออกไปตามหาคุณที่ล็อบบี้

เจลเบิกตากว้าง “ไอ้บ้าเอ๊ย!” เขาสบถออกมา

นี่มันไม่ใช่การขอร้อง… นี่มันคือการข่มขู่ชัด ๆ! ข่มขู่ด้วยวิธีที่บ้าบิ่นที่สุด!

เจลมองซ้ายมองขวา เขาไม่มีทางเลือก… เขาไม่อาจปล่อยให้ซูเปอร์สตาร์เบอร์หนึ่งของประเทศไปเดินเตร่ตามหาเขาที่ล็อบบี้โรงแรมได้

สองขาที่พยายามจะก้าวหนี บัดนี้กลับต้องหมุนตัวแล้วก้าวฉับ ๆ ไปยังลิฟต์ที่ลงไปยังลานจอดรถชั้นใต้ดิน… ตรงไปยังจุดนัดพบที่อันตรายที่สุดในชีวิตของเขา

ตอนที่ 4 ความจริงในพื้นที่จำกัด

ลานจอดรถชั้นใต้ดินของโรงแรมหรูในเวลาเกือบเที่ยงคืนช่างเงียบเชียบและวังเวง แสงไฟสีนวลส่องสว่างเป็นระยะ ๆ ทำให้เงามืดทอดยาวน่าขนลุก เจลยืนตัวลีบอยู่ข้างเสา B-14 ตามที่นัดหมาย หัวใจของเขาเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก

เขามาทำบ้าอะไรตรงนี้!

ทุกวินาทีที่ยืนรอ เขารู้สึกเหมือนมีตากล้องปาปารัสซี่นับร้อยกำลังซุ่มมองเขาจากเงามืด ถ้ามีรูปหลุดออกไป… “อคิน อัครเดโช นัดพบหนุ่มนิรนามในลานจอดรถ” ชีวิตการงานของเขาจบสิ้นแน่ ไม่สิ… ชีวิตของอคินต่างหากที่จะพังยับเยิน

เขากำลังจะหมุนตัวกลับ—ยอมเสี่ยงให้อคินไปอาละวาดที่ล็อบบี้ ดีกว่าเสี่ยงให้เกิดเรื่องอื้อฉาวตรงนี้—แต่แล้ว…

ฟรื้ด…

รถยุโรปซีดานสีดำสนิทคันหนึ่งแล่นเข้ามาจอดเทียบข้างเขาอย่างเงียบกริบ ไร้เสียงเครื่องยนต์ มันเป็นรถที่ดูเรียบหรู แต่จงใจไม่ติดป้ายทะเบียนหรือแต่งใด ๆ ให้เป็นที่สังเกต (แน่นอนว่ามันต้องมีป้าย แต่คงใช้วิธีสลับป้ายหรืออะไรสักอย่างที่คนระดับนี้ทำกัน)

เจลผงะถอยหลัง กระจกรถฝั่งผู้โดยสารถูกเลื่อนลงช้า ๆ

ภายใต้แสงไฟสลัวของลานจอดรถ ใบหน้าคมคายที่คุ้นเคยหันมามองเขา อคินสลัดคราบซูเปอร์สตาร์ในชุดสูทหรูออกไปแล้ว เขาสวมเพียงเสื้อฮู้ดสีเทาธรรมดา สวมหมวกแก๊ปสีดำปิดบังใบหน้า… ดูเหมือนคนธรรมดาทั่วไป แต่รัศมีซูเปอร์สตาร์มันไม่ได้หายไปไหนเลย

“ขึ้นมา” อคินพูดเสียงเรียบ

เจลยืนตัวแข็ง “คุณ… คุณบ้าไปแล้วเหรอ” เขาซัดกลับไปทันที “นี่มันเสี่ยงแค่ไหนรู้ตัวไหม! กลับขึ้นไปเดี๋ยวนี้เลย!”

“ผมรู้ว่าผมทำอะไรอยู่” อคินตอบอย่างใจเย็น “และผมก็รู้ว่าถ้าเรายืนเถียงกันตรงนี้นานกว่านี้ ยามกะดึกจะต้องเดินมาดูแน่… ขึ้นรถเถอะน่า, เจล”

เจลอยากจะปฏิเสธ แต่เหตุผลของอคินก็ถูกต้องทุกอย่าง เขามองซ้ายมองขวาอีกครั้ง ตัดสินใจเปิดประตูแล้วแทรกตัวเข้าไปในรถอย่างรวดเร็วที่สุด

ปัง!

ทันทีที่ประตูปิดลง โลกภายนอกก็เหมือนถูกตัดขาด ภายในรถเงียบสนิท กลิ่นหนังแท้ผสมกับกลิ่นน้ำหอมจาง ๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของอคินลอยมาปะทะจมูก… มันเป็นกลิ่นที่ทำให้เขามึนหัวทุกครั้งที่ได้กลิ่นในระยะใกล้

รถเคลื่อนตัวออกจากช่องจอดอย่างนุ่มนวลและรวดเร็ว มุ่งหน้าไปยังทางออกส่วนตัวสำหรับ VVIP ที่เจลไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีอยู่

ความเงียบที่อึดอัดเข้ามาครอบงำ เจลนั่งเกร็งตัวตรงทื่อ มองไปข้างหน้า ไม่กล้าหันไปมองคนขับแม้แต่น้อย เขาได้ยินเพียงเสียงลมหายใจของตัวเอง กับเสียงหัวใจที่เต้นรัวเหมือนกลองชุด

รถแล่นออกมาสู่ถนนใหญ่ยามค่ำคืนของกรุงเทพฯ แสงไฟนีออนสาดส่องเข้ามาในรถเป็นระยะ ๆ

“นี่มันเรื่องบ้าอะไร” ในที่สุดเจลก็ทนไม่ไหว ระเบิดความอัดอั้นออกมา “คุณกำลังจะพาผมไปไหน จอดเลยนะ จอดตรงป้ายรถเมล์ข้างหน้านี่แหละ เดี๋ยวผมกลับเอง”

อคินไม่ตอบ เขายังคงขับรถต่อไปด้วยสีหน้านิ่งเฉย

“คุณอคิน! ผมบอกให้จอด!” เจลเริ่มขึ้นเสียง

“ผมจะไปส่งบ้าน”

คำตอบนั้นทำเอาเจลชะงัก “บ้าเหรอ! ไม่ต้อง! ผมกลับเองได้ แล้วคุณรู้ได้ไงว่าบ้านผมอยู่ไหน”

“คุณเคยบ่นในแชทไง” อคินพูดเรียบ ๆ “ว่าเกลียดฝนตกรถติดแถวคอนโด… แถว ๆ ลาดพร้าววังหิน แล้วคุณก็ชอบไปกินส้มตำร้านป้าหน้าปากซอย”

เจลอ้าปากค้าง… “คุณ… จำได้?”

เขาแค่บ่นลอย ๆ ไปในแชทเมื่อหลายอาทิตย์ก่อน ไม่คิดว่าคนอย่างอคินจะมาใส่ใจจำเรื่องไม่เป็นเรื่องพวกนี้

อคินหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าซอยเปลี่ยวข้างทาง ก่อนจะจอดรถในมุมมืดสนิทข้างสวนสาธารณะที่ปิดแล้ว เขาดับเครื่องยนต์…

พรึ่บ

ความเงียบและความมืดเข้าปกคลุมทันที มีเพียงแสงจันทร์ที่ลอดผ่านกิ่งไม้เข้ามา ทำให้เจลพอจะเห็นเค้าโครงใบหน้าด้านข้างของคนขับ

“คุณต้องการอะไรกันแน่” เจลถามเสียงสั่น เขารู้สึกเหมือนกำลังถูกต้อนจนมุม “ทำไมคุณต้องทำอะไรแบบนี้ด้วย… นี่มันเป็นเกมสนุก ๆ ของคุณรึเปล่า”

เขาหันไปเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายเต็ม ๆ “คุณเป็นดารา… เป็นซูเปอร์สตาร์นะ ส่วนผม… ผมก็เป็นแค่ช่างแต่งหน้าธรรมดา ๆ คุณมาทำแบบนี้ทำไม คุณกำลังปั่นหัวผมเล่น… ผมไม่ตลกด้วยนะ ผมมีงานต้องทำ ผมมีชีวิตของผม ผมไม่อยากเป็นหนึ่งใน ‘ของเล่น’ แก้เบื่อของคุณ!”

เขาระบายทุกอย่างที่อัดอั้นในใจออกมาจนหมด

อคินนิ่งฟังอยู่นาน เขาหันหน้ามาหาเจลช้า ๆ ในความมืดนั้น เจลเห็นแววตาที่จริงจัง… จริงจังจนน่ากลัว

“เกมเหรอ” อคินพูดเสียงเบา แต่หนักแน่น “เจล… ชีวิตทั้งชีวิตของผมมันคือเกม”

“…”

“ทุกรอยยิ้มที่ผมยิ้มให้กล้อง… ทุกคำสัมภาษณ์ที่ผมตอบ… ทุกย่างก้าวบนพรมแดง… ทั้งหมดนั่นคือการแสดง คือ ‘เกม’ ที่ผมต้องเล่น… เล่นเพื่อให้ทุกคนพอใจ เล่นเพื่อรักษาภาพลักษณ์ ‘สามีแห่งชาติ’ บ้า ๆ นี่ไว้”

น้ำเสียงของเขาเจือปนความเหนื่อยล้าอย่างที่เจลไม่เคยได้ยินมาก่อน

“คุณรู้ไหม… ตลอดห้าปีที่ผ่านมา… ช่วงเวลาเดียวที่ผมรู้สึกว่าผมไม่ได้ ‘เล่นเกม’… คือตอนที่ผมนั่งให้คุณแต่งหน้า แล้วฟังคุณบ่นเรื่องแสงไฟ…”

“…”

“และตอนที่ผมได้พิมพ์คุยกับคุณ”

อคินขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นนิดหน่อย “คุณถามว่าผมต้องการอะไร… ผมต้องการสิ่งที่คุณเพิ่งพูดมานั่นแหละ… ผมต้องการ ‘ชีวิตธรรมดา’ ของคุณ”

เจลสับสน “ผมไม่เข้าใจ”

“ผมต้องการคุยกับคนที่ไม่เห็นผมเป็น ‘อคิน อัครเดโช’ ผมต้องการคุยกับคนที่กล้าเถียงผม กล้าว่าผมบ้า กล้าบ่นใส่ผม” อคินจ้องลึกเข้าไปในตาของเจล

“คุณน่ะ… ของจริง” เขากระซิบ “คุณไม่ใช่ส่วนหนึ่งของโลกมายาที่ผมอยู่… และนั่นคือเหตุผล… ว่าทำไมผมถึงอยากให้คุณอยู่ใกล้ ๆ”

นี่ไม่ใช่การจีบ… นี่มันคือคำสารภาพ

เจลรู้สึกเหมือนโดนค้อนทุบหัว เขาเตรียมใจมารับมือกับคารมหวานเลี่ยน หรือการฉวยโอกาส… แต่เขากลับไม่ได้เตรียมใจมารับมือกับ “ความจริง” ที่แสนเปราะบางนี้

“ผมไม่ได้ขอให้คุณกระโจนเข้ามาในโลกวุ่นวายของผมนะเจล” อคินพูดต่อ เมื่อเห็นอีกฝ่ายนิ่งไป “ผมรู้ว่ามันเสี่ยง… ผมรู้ว่ามันบ้า… แต่ผม… ผมแค่อยากขอ… อย่าเพิ่งหนีผมได้ไหม”

มือใหญ่ของอคินค่อย ๆ ยื่นมาแตะที่หลังมือของเจลที่วางอยู่บนตักเบา ๆ มันไม่ได้รุกล้ำ แต่มันคือการ “ขอร้อง”

“ผมไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นยังไง… แต่ตอนนี้… ผมแค่อยากขับรถไปส่งคนที่ผมอยากคุยด้วย… กลับบ้าน… แค่นั้นจริง ๆ”

เจลตัวแข็งทื่อกับสัมผัสนั้น ความอุ่นจากฝ่ามือของอคินส่งผ่านเข้ามาในร่างกายที่เย็นเฉียบของเขา

กำแพงทั้งหมดที่เขาสร้าง… ความกลัว… ความไม่เชื่อ… มันพังทลายลงมาหมดแล้ว

เขาแพ้แล้ว… แพ้ราบคาบ…

แพ้ให้กับความจริงจังที่ซ่อนอยู่ใต้แสงสปอตไลต์… แพ้ให้กับความโดดเดี่ยวของผู้ชายที่ดูเหมือนจะมีทุกอย่างในโลก

เจลพ่นลมหายใจออกมาอย่างยอมจำนน “…คุณมันบ้า” เขาพูดเสียงแผ่วเบา แต่ไม่มีแววตำหนิอีกต่อไป

อคินยิ้มออกมา… เป็นรอยยิ้มแรกที่เจลรู้สึกว่ามันออกมาจากใจจริง ๆ ไม่ใช่รอยยิ้มที่ใช้โปรยเสน่ห์หน้ากล้อง

“ผมรู้” อคินตอบ “งั้น… ตกลงให้ผมไปส่งบ้านนะครับ… บ้านจริง ๆ คราวนี้”

เจลมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น… และเป็นครั้งแรกที่เขากล้าสบตาตอบตรง ๆ

เขาพยักหน้าช้า ๆ “…ก็ได้”

อคินยิ้มกว้างขึ้น เขาดึงมือกลับไปสตาร์ทรถ “โอเค… บอกทางมาเลย, เจล”

เครื่องยนต์กลับมาทำงานอีกครั้ง แต่บรรยากาศในรถไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ความอึดอัดหายไปแล้ว เหลือเพียงความเงียบที่… อบอุ่นอย่างประหลาด เจลเริ่มบอกทางไปยังคอนโดของเขา และการเดินทางในค่ำคืนที่แสนวุ่นวาย ก็ได้เริ่มต้นขึ้นจริง ๆ เสียที

ตอนที่ 5 อวสาน

รถยนต์สีดำสนิทแล่นไปตามถนนที่เริ่มโล่งของกรุงเทพฯ ยามดึก บรรยากาศภายในรถเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความตึงเครียดที่เหมือนจะระเบิดได้ทุกวินาทีสลายไปแล้ว ถูกแทนที่ด้วยความเงียบที่… สบายใจ อย่างน่าประหลาด

เจลบอกทางอคินไปยังคอนโดของเขาด้วยเสียงที่กลับมาเป็นปกติ “เลี้ยวซ้ายหน้าครับ… แล้วก็ตรงไปอีกประมาณ 500 เมตร คอนโดผมอยู่ทางขวามือ”

“คุณอยู่ที่นี่มานานรึยัง” อคินชวนคุย ทำลายความเงียบ

“ตั้งแต่เรียนจบใหม่ ๆ ครับ… ก็หลายปีแล้ว มันสะดวกดี” เจลตอบ

“สะดวกดีเหรอ” อคินเลิกคิ้ว “ผมจำได้ว่าคุณเพิ่งบ่นในแชทเมื่ออาทิตย์ก่อนว่า เกลียดรถติดตอนเช้าแถวนี้จะตาย”

เจลเผลอหลุดยิ้มออกมา “ก็… ถ้าไม่นับเรื่องรถติด… มันก็โอเคแหละครับ” เขาหันไปมองคนขับ “นี่คุณ… จำทุกอย่างที่ผมบ่นเลยรึไง”

“เกือบทุกอย่าง” อคินยอมรับหน้าตาเฉย “เรื่องที่คุณเกลียดผักชี… เรื่องที่อยากเลี้ยงหมาโกลเด้นแต่พื้นที่ไม่พอ… แล้วก็เรื่องที่…”

“พอแล้ว!” เจลรีบเบรก “ไม่ต้องสาธยายก็ได้ครับ… ผมอาย”

อคินหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่อบอุ่นและจริงใจ “ทำไมต้องอาย… ผมว่ามันน่ารักดี”

คำว่า “น่ารัก” ทำเอาเจลต้องหันหน้าหนีไปมองกระจกข้างรถทันที แก้มเขาร้อนผ่าวอีกแล้ว ผู้ชายคนนี้อันตรายจริง ๆ ไม่ว่าจะมาในโหมดซูเปอร์สตาร์ผู้เย็นชา หรือโหมดผู้ชายขี้อ้อนที่แสนโดดเดี่ยว… เขาก็มีอานุภาพทำลายล้างหัวใจสูงเหมือนกันหมด

รถเลี้ยวเข้ามาจอดเทียบที่หน้าทางเข้าคอนโดของเจล ซึ่งเป็นอาคารสูงแปดชั้นที่ดูเรียบง่ายธรรมดา มันช่างตัดกับรถหรูที่อคินขับมาอย่างสิ้นเชิง

“ถึงแล้วครับ” เจลบอก

อคินดับเครื่องยนต์อีกครั้ง ทั้งคู่ตกอยู่ในความเงียบ

“…ขอบคุณนะครับที่มาส่ง” เจลเป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อน เขายังไม่กล้าสบตาอีกฝ่ายตรง ๆ “แล้วก็… ขอบคุณสำหรับ… ที่พูดในรถเมื่อกี้”

“…” อคินยังคงนิ่ง

เจลรวบรวมความกล้า หันไปมองอคินที่กำลังจ้องมองเขาอยู่ก่อนแล้ว ภายใต้แสงไฟสีส้มจาง ๆ จากเสาไฟหน้าคอนโด เจลเห็นความเหนื่อยล้าฉายชัดบนใบหน้าคมคายนั้น… แต่มันก็มีความมุ่งมั่นบางอย่างอยู่ในดวงตาคู่นั้นด้วย

“คุณอคิน… เอ๊ย… อคิน” เจลเรียก “ผม… ผมเข้าใจนะที่คุณพูดมาทั้งหมด แต่ผมก็ยังกลัวอยู่ดี” เขาสารภาพความในใจ “โลกของคุณกับโลกของผม… มันต่างกันเกินไป”

“ผมรู้” อคินตอบเสียงนุ่ม

“ถ้าเรื่องนี้หลุดออกไป… ชีวิตคุณพังแน่”

“ผมรู้”

“แล้วผม… ผมก็ไม่อยากกลายเป็นแค่ข่าวซุบซิบชั่วข้ามคืน ที่พอคุณเบื่อ… คุณก็เขี่ยทิ้ง” เจลพูดเสียงเบาลง

คราวนี้ อคินส่ายหน้าช้า ๆ เขาปลดเข็มขัดนิรภัยของตัวเองออก แล้วหันตัวมาหาเจลเต็ม ๆ

“เจล… มองตาผม”

เจลสบตากับดวงตาคมกริบคู่นั้นอย่างเลี่ยงไม่ได้

“ผมอาจจะเป็นนักแสดงที่เก่งกาจหน้ากล้อง… แต่ตอนนี้… ผมไม่ได้แสดง” อคินพูดชัดถ้อยชัดคำ “ผมเหนื่อยกับการแสดงมามากพอแล้ว”

มือใหญ่ของอคินยื่นมาสัมผัสที่ข้างแก้มของเจลเบา ๆ นิ้วโป้งลูบไล้รอยแดงจาง ๆ ที่เกิดจากความเขินอายอย่างแผ่วเบา เจลสะดุ้งเล็กน้อย แต่ไม่ได้ปัดป้อง

“ผมไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นยังไง… ผมสัญญาทั้งโลกให้คุณไม่ได้” อคินพูดความจริง “ผมอาจจะเป็นผู้ชายที่น่ารำคาญ ขี้หึง และไม่มีเวลาให้… เพราะตารางงานบ้า ๆ ของผม”

“…”

“แต่สิ่งเดียวที่ผมสัญญาได้… คือผมจะไม่มีวัน ‘เขี่ยคุณทิ้ง’ … ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเรื่องของเรามันจะไปในทิศทางไหน แต่ผม… ผมอยากลอง”

ใบหน้าของอคินค่อย ๆ เลื่อนเข้ามาใกล้… ช้า ๆ… เหมือนจะให้เวลาอีกฝ่ายได้ถอยหนี

แต่เจลไม่ได้หนี…

เขานั่งนิ่ง… หัวใจเต้นแรงราวกับจะหลุดออกมาจากอก เขากำลังจะยอมแพ้… เขากำลังจะพ่ายแพ้ให้กับความจริงใจที่แสนบ้าบิ่นนี้

“ผมจีบคนไม่เก่งหรอกนะเจล” อคินกระซิบชิดริมฝีปากของเขา “ผมไม่รู้ว่าต้องพูดยังไงให้คุณเชื่อ… งั้น…”

“…ผมขอใช้การกระทำแทนได้ไหม”

ยังไม่ทันที่เจลจะได้ตอบ ริมฝีปากอุ่นร้อนของอคินก็ทาบทับลงมาบนริมฝีปากของเขา

มันไม่ใช่จูบที่ดูดดื่มรุนแรง… แต่มันคือจูบที่เต็มไปด้วยความลังเล ความอัดอั้น และความโหยหา มันคือการ “ขอร้อง” และ “คำตอบ” ในเวลาเดียวกัน

เจลตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะ ก่อนที่สมองจะสั่งการให้เขาหลับตาลงช้า ๆ… และยอมรับสัมผัสนั้นอย่างเต็มใจ

เขากำลังจูบกับ อคิน อัครเดโช… ในรถที่จอดอยู่หน้าคอนโดธรรมดา ๆ ของเขา… นี่มันบ้าที่สุด!

อคินถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง เขายังไม่ถอยห่าง หน้าผากของทั้งคู่ยังคงแนบชิดกัน ลมหายใจอุ่น ๆ สอดประสานกันในความเงียบ

“ทีนี้… เชื่อรึยัง” อคินถามเสียงพร่า

เจลไม่ตอบ เขาทำได้แค่พยักหน้าเบา ๆ… เขาแพ้แล้ว… แพ้ราบคาบ

เขายอมจำนนให้กับคารมที่ไม่ได้หวานเลี่ยน แต่จริงใจ… ยอมจำนนให้กับการจีบที่มีชั้นเชิงที่สุด… ซึ่งก็คือการ “ไม่จีบ” แต่ใช้ “ความจริง” เข้าสู้

อคินยิ้มออกมา… รอยยิ้มที่เจลรู้ตัวว่าเขาอยากจะเก็บมันไว้ดูคนเดียวตลอดไป

“ลงไปเถอะครับ” อคินพูดเบา ๆ “ดึกมากแล้ว พรุ่งนี้คุณมีงานเช้าไม่ใช่เหรอ”

เจลเบิกตากว้าง “คุณรู้ได้ไง!”

“ก็คุณบ่นเมื่อวานไง… ว่าต้องตื่นตีสี่ไปแต่งหน้าเจ้าสาว” อคินยิ้มขำ “ผมบอกแล้วไง… ว่าผมจำได้เกือบทุกอย่าง”

เจลหน้าแดงก่ำยิ่งกว่าเดิม เขารีบปลดเข็มขัดนิรภัย คว้ากระเป๋าเครื่องสำอาง

“งะ… งั้นผมไปก่อนนะ” เขาเปิดประตูรถก้าวลงไป แต่ก็ยังไม่วายหันกลับมา

“ขับรถดี ๆ นะครับ” เขาพูดด้วยความเป็นห่วง

“ครับ” อคินรับคำ “ถึงห้องแล้ว… ล็อกประตูด้วย”

“รู้แล้วน่า…” เจลบ่นอุบอิบ แต่ก็อดที่จะยิ้มไม่ได้

เขายืนมองรถซีดานสีดำสนิทเคลื่อนตัวออกไปอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะเลี้ยวหายไปจากหัวมุมถนน

เจลยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นอีกเกือบนาที พยายามประมวลผลเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในคืนเดียว… จากช่างแต่งหน้าสำรอง… กลายเป็นที่ปรึกษาความงามจำเป็น… และตอนนี้… กลายเป็น…

…กลายเป็นอะไรก็ไม่รู้…

เขารู้แค่ว่าผู้ชายที่ชื่อ “อคิน” ได้ก้าวข้ามเส้นแบ่งของคำว่า “ลูกค้า” และ “ดารา” เข้ามาอยู่ในหัวใจของเขาเรียบร้อยแล้ว

ตื๊ด…

เสียงข้อความเข้าดังขึ้นขณะที่เขากำลังไขกุญแจเข้าห้อง

Akin: ผมถึงรถบ้านแล้ว กำลังกลับที่พัก

Akin: พรุ่งนี้… ผมขอโทรหาหลังคุณเลิกงานได้ไหม

เจลอ่านข้อความนั้น… นิ้วของเขาพิมพ์ตอบกลับไปแทบจะทันที

Me: ก็… ต้องดูก่อนว่าผมจะว่างรึเปล่า

เขากดส่งไป… ก่อนจะยิ้มกับตัวเอง… เขากำลังเล่นตัว แต่เขารู้ว่าคำตอบคืออะไร

Akin: งั้นผมจะรอ

Akin: ฝันดีนะครับ… เจล

เจลทิ้งตัวลงบนเตียง มองเพดานห้องตัวเอง… แสงสปอตไลต์ที่เคยดูไกลตัวและน่ากลัว… ตอนนี้มันกลับมี “ประกายแสง” ที่อบอุ่นซ่อนอยู่หลังม่าน… และเขาก็พร้อมแล้ว… ที่จะก้าวเข้าไปทำความรู้จักกับมัน

จบบริบูรณ์

ตอนพิเศษ

ติ๊ง!

เสียงแจ้งเตือนข้อความที่เจลตั้งค่าไว้สำหรับเบอร์ส่วนตัวของอคินโดยเฉพาะ ดังขึ้นในบ่ายวันอังคารที่แสนเงียบเหงา

วันนี้เจลไม่มีงาน เขาตั้งใจจะนอนดูซีรีส์ที่ดองไว้ให้ตาแฉะ แต่ข้อความที่เด้งขึ้นมาก็ทำให้แผนทั้งหมดของเขาพังทลาย

Akin: วันนี้คุณว่างไหม

เจลยิ้มมุมปาก พิมพ์ตอบอย่างรวดเร็ว

Me: ว่างครับ (ทำไมเหรอ? จะจ้างงานเหรอครับคุณลูกค้า?)

Akin: (สติกเกอร์รูปแมวทำหน้ามุ่ย)

Akin: เปล่า… จะชวนมาที่คอนโดผม

Akin: ผมเพิ่งได้บทละครเรื่องใหม่มา… อยากให้คุณมาช่วยอ่านบท

เจลขมวดคิ้ว “อ่านบท?” นี่มันข้ออ้างที่ตื้นเขินที่สุดเท่าที่เคยได้ยินมา ช่างแต่งหน้าอย่างเขาเนี่ยนะจะไปช่วยซูเปอร์สตาร์อ่านบท?

Me: ผมเนี่ยนะ? ผมอ่านบทไม่เป็นหรอก

Akin: ไม่ต้องอ่านเป็น… แค่มานั่งเป็นเพื่อน

Akin: พี่โชไม่อยู่ ผมอยู่คนเดียว… มันเหงา

ประโยคสุดท้ายที่ส่งมาพร้อมอีโมจิรูปหมาหงอย ทำเอาเจลใจอ่อนยวบ

“ไอ้คนขี้อ้อนเอ๊ย!” เจลบ่นอุบอิบ แต่สองขาก็กำลังลุกจากเตียงไปเปิดตู้เสื้อผ้าแล้ว

…

หนึ่งชั่วโมงต่อมา เจลก็มายืนอยู่หน้าประตูห้องเพนต์เฮาส์สุดหรูในตึกที่การรักษาความปลอดภัยหนาแน่นที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ นี่ไม่ใช่ที่พักหลักของอคินที่นักข่าวรู้ แต่เป็น “เซฟเฮาส์” ส่วนตัวของเขา

เจลมาถึงที่นี่ได้ด้วยการที่อคินส่ง “รถ” มารับ… ซึ่ง “รถ” ในที่นี้คือรถตู้สีดำติดฟิล์มทึบที่ปกติใช้ขนของในกองถ่าย เพื่อไม่ให้เป็นที่สังเกต

“ตื่นเต้นกว่าตอนไปทำงานอีกเว้ย” เจลพึมพำกับตัวเอง เขากดกริ่งหน้าห้อง

ประตูถูกเปิดออกแทบทันที

ภาพที่เขาเห็นไม่ใช่ ‘อคิน อัครเดโช’ สามีแห่งชาติ

แต่เป็น… ‘พี่อคิน’ ในเสื้อยืดสีขาวเก่า ๆ กับกางเกงวอร์มสีเทา ผมยุ่งเหยิงเล็กน้อย และ… สวมแว่นตากรอบบาง

“มาแล้วเหรอ” อคินยิ้ม… เป็นรอยยิ้มสบาย ๆ ที่เจลไม่เคยเห็นมาก่อน

“ก็… ครับ” เจลตอบเก้ ๆ กัง ๆ ก้าวเข้าไปในห้องที่กว้างขวางแต่ตกแต่งอย่างเรียบง่าย “ไหนล่ะครับบท”

“วางอยู่ตรงนั้นแหละ” อคินชี้ไปที่กองกระดาษหนาเตอะบนโต๊ะกลางห้อง “แต่ช่างมันก่อน… หิวยัง”

“ก็… นิดหน่อยครับ”

“ดีเลย” อคินเดินนำไปที่เคาน์เตอร์ครัว “ผมลองทำ ‘ข้าวผัดกิมจิ’ ตามสูตรในยูทูบ… แต่หน้าตามันออกมาเหมือน… ข้าวต้มกิมจิ มากกว่า”

เจลชะโงกหน้าไปดูในกระทะแล้วก็หลุดขำก๊ากออกมา “นี่คุณเรียกมันว่าข้าวผัดเหรอ! ทำไมมันแฉะขนาดนี้!”

“ก็ผมบอกแล้วว่าทำไม่เป็น!” อคินโวยวายแก้เขิน “คุณนั่นแหละ… มาทำให้มันกินได้เลย ช่างแต่งหน้าก็น่าจะศิลปะเหมือนกันไม่ใช่รึไง”

“คนละศาสตร์แล้วครับ!” เจลส่ายหัว แต่ก็ยอมถลกแขนเสื้อขึ้น “มีอะไรให้ผมแก้ตัวบ้างเนี่ย… โอเค… มีไข่ไก่ไหมครับ เดี๋ยวผมทำไข่เจียวฟู ๆ โปะทับความเละนี่ไปเลย”

“มี ๆ!”

สุดท้าย… มื้อแรกในเซฟเฮาส์ของซูเปอร์สตาร์ก็คือ “ข้าวต้มกิมจิ” กับไข่เจียวฝีมือช่างแต่งหน้า

พวกเขานั่งกินกันที่เคาน์เตอร์บาร์เล็ก ๆ ในครัว ไม่ได้พูดคุยอะไรหวือหวา อคินเล่าเรื่องตลกในกองถ่าย เจลบ่นเรื่องลูกค้ารายล่าสุดที่เรื่องมาก

“แล้ว… สรุปคุณจีบลูกค้ารายนั้นยังไงต่อ” อคินแกล้งถาม พลางตักไข่เจียวเข้าปาก

“ลูกค้าคนไหน” เจลทำหน้างง

“ก็คนที่คุณเล่าให้ฟังอาทิตย์ก่อนไง… ที่เขาบอกว่าเขา ‘เหงา’ แล้วอยากให้คุณไปนั่งเป็นเพื่อนที่คอนโดน่ะ”

เจลชะงัก ช้อนแทบค้างกลางอากาศ “คุณ… อคิน!” เขาตีแขนอีกฝ่ายดังเผียะ “นี่คุณหลอกด่าผมเหรอ!”

อคินหัวเราะร่วน “เปล่านี่… ผมแค่ถามเฉย ๆ”

หลังจากจัดการมื้ออาหารสุดประหลาดเสร็จ ทั้งคู่ก็ย้ายมานั่งที่โซฟาตัวใหญ่หน้าทีวีจอยักษ์ อคินหยิบบทละครขึ้นมาจริงจัง

“โอเค… มาช่วยผมหน่อย” เขายื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้เจล “คุณอ่านแค่ส่วนที่เป็น ‘นางเอก’ ก็พอ… เอาฟีลลิ่งคนอกหักนะ”

“เดี๋ยวนะ… ผมต้องแสดงด้วยเหรอ”

“ไม่ต้องแสดง! แค่อ่านออกมา!” อคินดุ

เจลสูดหายใจลึก พยายามอ่านบทที่เขียนว่า “ฮึก… ทำไมคุณต้องทำกับฉันแบบนี้! คุณมันคนใจร้าย!”

“พอ ๆ!” อคินยกมือห้ามแทบทันที “นี่มันฟีลลิ่งคนอกหักตรงไหน นี่มันฟีลลิ่งคนปวดท้อง!”

“อ้าว! ก็ผมไม่ใช่นักแสดงนี่หว่า!” เจลโวย

“ฮ่า ๆ ๆ” อคินขำจนตัวงอ “โอเค ๆ ไม่แกล้งแล้ว… ผมอ่านเองก็ได้ คุณนั่งฟังเงียบ ๆ พอ”

อคินเริ่มอ่านบทของตัวเอง… และในวินาทีนั้น… ‘พี่อคิน’ ในชุดวอร์มก็หายไป กลายเป็น ‘ตัวละคร’ ที่มีมิติ แววตาเปลี่ยนไป น้ำเสียงเปลี่ยนไป เจลนั่งมองอย่างตกตะลึง…

ผู้ชายคนนี้… โคตรเก่ง… โคตรมีเสน่ห์เลย

เขานั่งฟังอคินท่องบทไปเรื่อย ๆ จนกระทั่ง… ไม่รู้ว่าเพราะเสียงทุ้ม ๆ นั่นมันน่าฟังเกินไป หรือเพราะเมื่อคืนเขานอนน้อย… เจลก็เผลอพยักหน้าหงึก ๆ… ก่อนที่หัวจะเอนไปซบที่ไหล่กว้างของคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ

…

อคินชะงักไปเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงน้ำหนักอุ่น ๆ ที่ไหล่ เขาเหลือบมองร่างโปร่งที่เผลอหลับไปแล้ว พลางยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู

เขาค่อย ๆ วางบทละครลงบนโต๊ะอย่างเบามือที่สุด ขยับตัวเล็กน้อยเพื่อให้เจลนอนในท่าที่สบายขึ้น

ครืด… ครืด…

โทรศัพท์ของเขาสั่น (เขาตั้งค่าเป็นระบบสั่นไว้ตั้งแต่เจลมาถึง) เป็นสายจาก ‘พี่โช’

อคินกดรับสาย กรอกเสียงลงไปเบาที่สุด “ครับพี่… ครับ… พรุ่งนี้เหรอ… ได้ครับ… ห้าโมงเย็นนะ… โอเคครับ”

เขาวางสาย พลางถอนหายใจยาว… โลกภายนอกกำลังเรียกหาเขาอีกแล้ว

อคินเอนหลังพิงโซฟา ปล่อยให้เจลหนุนไหล่เขาอยู่แบบนั้น เขาเหลือบมองกองบทละคร… แล้วก็มองคนที่กำลังหลับปุ๋ยอยู่ข้าง ๆ

เขาคิดว่าเขาเรียกเจลมา “ช่วยอ่านบท”

แต่ความจริงคือ… เขาแค่เรียกเจลมา “ชาร์จพลัง” ต่างหาก

อคินค่อย ๆ ยกแขนขึ้นโอบไหล่บางของเจลไว้หลวม ๆ ก้มลงสูดกลิ่นหอมจาง ๆ จากกลุ่มผมนุ่ม…

นี่สิ… “วันธรรมดา” ที่เขาโหยหามาตลอด

ถึงแม้มันจะไม่ธรรมดาเลย… เพราะมี “คนพิเศษ” มาอยู่ข้าง ๆ ก็ตาม

“ขอบคุณนะ…” เขากระซิบเบา ๆ กับคนที่กำลังหลับ

“…ที่ยอมแพ้ผมวันนั้น”

นิยายวาย BL Tags:BL, BLStory, นิยาย, นิยายวาย, วาย

แนะแนวเรื่อง

Previous Post: แฟนที่ดีคือแฟนใหญ่
Next Post: คลั่งรักเด็กดื้อ

Related Posts

คลั่งรักเด็กดื้อ นิยายวาย BL
เมียคืนเดียวของมาเฟีย (Mpreg) นิยายวาย BL
แผนร้ายสุดท้ายรัก นิยายวาย BL
จังหวะรักหน้าฮ้าน นิยายวาย BL
หนุ่มบ้านไร่ป่วนหัวใจดาราตกอับ นิยายวาย BL
แฟนที่ดีคือแฟนใหญ่ นิยายวาย BL

Comment (1) on “ซุปตาร์หน้าใสป่วนหัวใจยัยช่างแต่งหน้า”

  1. admin พูดว่า:
    11 มกราคม 2026 เวลา 5:00 AM

    ฟินนนน

    ตอบกลับ

ส่งความเห็นที่ admin ยกเลิกการตอบ

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Archives

  • มกราคม 2026

Categories

  • นิยายวาย BL

Copyright © 2026 Novel Sanook.

Powered by PressBook Masonry Dark