
แฟนที่ดีคือแฟนใหญ่
คำโปรย
โอโม่ (ปี 2 เภสัชฯ) ตัดสินใจบอกเลิกแฟนเก่าเจ้าชู้ที่นอกใจนับครั้งไม่ถ้วน แต่ในนาทีที่ความโกรธพุ่งถึงขีดสุด เขากลับคว้าตัวผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่งเข้ามาจูบ แล้วประกาศก้องว่าคนนี้คือแฟนใหม่… ที่หล่อและใหญ่กว่า แฟนเก่าทุกอย่าง!
ชายแปลกหน้าคนนั้นคือ ใหญ่ (ปี 4 วิศวะฯ) ผู้ที่ดูเย็นชาและลึกลับ แทนที่จะโกรธ เขากลับเสนอตัวเป็นแฟนจริงๆ โดยที่โอโม่ไม่รู้เลยว่าภายใต้ใบหน้าหล่อเหลานั้น มีความซาดิสม์ขั้นรุนแรงซ่อนอยู่… และคำว่า ‘ใหญ่กว่า’ ที่โอโม่พูดออกมานั้น คือความจริงที่มาพร้อม ขนาด 58
บทที่ 1 การบอกเลิกที่พลิกชีวิต
โอโม่เงยหน้าขึ้นมองแสงแดดยามบ่ายที่สาดส่องลงมาจากกระจกหน้าต่างของร้านกาแฟชื่อดัง มันเป็นแสงที่ดูอบอุ่น แต่สำหรับเขาแล้วมันกลับเย็นชาเหมือนหัวใจที่ด้านชาไปแล้ว โอโม่กอดอกแน่น มองตรงไปที่ “ต๊อด” แฟนหนุ่มที่คบกันมาสองปี
ต๊อดเป็นหนุ่มคณะนิติศาสตร์ที่หน้าตาดี มีเสน่ห์ แต่เสน่ห์ของเขากลับไม่เคยถูกใช้เพื่อโอโม่เพียงคนเดียว ตลอดสองปีที่ผ่านมา คำโกหกและกลิ่นน้ำหอมผู้หญิงที่ติดเสื้อต๊อดมันได้ทำลายความเชื่อใจของโอโม่จนไม่เหลือชิ้นดีแล้ว
“ต๊อด… เราเลิกกันเถอะ” เสียงของโอโม่นิ่งและแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน แต่คำพูดนั้นกลับหนักแน่นจนต๊อดเงยหน้าจากโทรศัพท์มือถือที่กำลังแชทกับใครบางคนขึ้นมามองโอโม่ด้วยสีหน้าไม่พอใจ
“อะไรของมึงวะโอโม่? อยู่ๆ ก็บอกเลิก? อีกแล้วเหรอ?” ต๊อดถามด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่ายเหมือนเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติที่โอโม่มักจะพูดขึ้นมาเวลาที่เขาจับได้ว่าไปแอบคุยกับใคร
“ไม่ใช่อีกแล้ว ต๊อด” โอโม่ย้ำ “ครั้งนี้จริงจัง… ตลอดสองปีที่ผ่านมา มึงให้กูทนอะไรมาบ้าง มึงไม่เคยจำได้เลยเหรอ? กลิ่นน้ำหอมผู้หญิงคนล่าสุดที่ติดเสื้อมาเมื่อคืนกูยังได้กลิ่นอยู่เลยนะ”
ต๊อดทำหน้าตาไม่สำนึกผิด กอดอกและเท้าคางมองโอโม่ด้วยแววตาดูถูก “ก็แค่คุยๆ ไม่ได้มีอะไรสักหน่อย จะอะไรนักหนาวะ? มึงก็รู้นี่ว่ากูมันหล่อ ใครๆ ก็อยากเข้าหา”
คำพูดนั้นเหมือนฟางเส้นสุดท้ายที่ขาดผึงออกจากกันในใจของโอโม่ เขาลุกขึ้นยืนทันที
“นั่นแหละปัญหา! กูเหนื่อยแล้ว กูไม่อยากเป็นคนที่ต้องคอยเช็ดน้ำตาตัวเองเพราะมึงอีกต่อไปแล้ว” โอโม่หยิบแก้วกาแฟเย็นที่เพิ่งสั่งมาตั้งไว้คืนแล้วเดินออกไปจากร้านทันที ต๊อดตะโกนไล่หลังมาว่า “เออ! ก็ไปหาคนที่ดีกว่ากูให้ได้ก็แล้วกัน!”
โอโม่เดินออกมาจากร้านกาแฟด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความโกรธ มือของเขากำแน่นจนเล็บจิกลงไปในเนื้อ การบอกเลิกไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเขาเลยแม้แต่น้อย เขากำลังเดินตรงไปยังทางเดินเชื่อมอาคารคณะที่ใกล้ที่สุดเพื่อจะกลับไปที่หอพักให้เร็วที่สุด
ในจังหวะที่โอโม่กำลังจะเดินผ่านบริเวณมุมทางเดินด้านหนึ่ง ที่มีนักศึกษากลุ่มหนึ่งกำลังนั่งพูดคุยกันอยู่ “ใหญ่” นักศึกษาปี 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ ที่กำลังจะเดินสวนทางกับโอโม่ เขาเป็นหนุ่มหล่อ สูงใหญ่ มีโครงหน้าที่คมเข้ม ดวงตาที่ดูเย็นชาแต่แฝงไปด้วยความน่าค้นหา ใหญ่สะพายกระเป๋าเป้ใบหนาไว้ที่ไหล่ แขนข้างหนึ่งกำลังกดโทรศัพท์มือถือเหมือนกำลังรอใครอยู่
ทันใดนั้น เสียงของต๊อดก็ดังไล่หลังมา
“โอโม่! กลับมาก่อน! มึงจะบ้าเหรอมาบอกเลิกกันกลางห้างแบบนี้!”
โอโม่หยุดชะงัก หันกลับไปมองต๊อดที่กำลังวิ่งตามมาพร้อมสีหน้าไม่พอใจอย่างรุนแรง ความอับอายและความไม่ต้องการกลับไปสู่วังวนเดิมๆ มันพุ่งสูงขึ้นมาจนทำให้โอโม่ขาดสติ
สมองของโอโม่ไม่คิดอะไรอีกต่อไปแล้ว เขาหันไปมองซ้ายขวาอย่างรวดเร็ว และสายตาของเขาก็ปะทะเข้ากับใหญ่ที่กำลังยืนนิ่งมองสถานการณ์ด้วยสีหน้าเรียบเฉย
วินาทีนั้นเอง ความคิดที่บ้าบิ่นที่สุดก็ผุดขึ้นมาในสมองของโอโม่
โอโม่ตัดสินใจพุ่งตัวเข้าไปหาใหญ่ทันที โดยที่ใหญ่ยังคงยืนงุนงงไม่ทันได้ตั้งตัว มือเรียวของโอโม่ตะครุบเข้าที่ลำคอของใหญ่ ดึงอีกฝ่ายลงมาเล็กน้อยแล้ว ประกบปาก อย่างรวดเร็วและรุนแรง
ใหญ่ผงะเล็กน้อย ดวงตาเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ แต่ก่อนที่เขาจะทันได้ผลักโอโม่ที่เข้ามาจูบอย่างไม่ทันตั้งตัวออกไป โอโม่ก็ถอนริมฝีปากออกมาเสียก่อน
“นี่ไง…แฟนใหม่กู!” โอโม่หันไปตะโกนใส่หน้าต๊อดที่ยืนตะลึงกับภาพที่เห็นอยู่ “เขาเป็นคนใหม่ของกู! เห็นไหมว่าเขาหล่อกว่า มึงเป็นแค่หมาวัดตัวเล็กๆ ที่ไม่เคยรู้จักพอ! แฟนกูคนนี้ ใหญ่กว่ามึงทุกอย่าง!”
โอโม่เน้นคำว่า “ใหญ่กว่ามึงทุกอย่าง” พร้อมกับใช้มืออีกข้างกำเข้าที่กล้ามแขนของใหญ่เบาๆ เป็นการตอกย้ำ ต๊อดมองโอโม่สลับกับใหญ่ด้วยความไม่เชื่อสายตา ใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธและความอับอายที่ถูกปฏิเสธอย่างรุนแรงต่อหน้าคนอื่น
ใหญ่ที่เพิ่งถูกคนแปลกหน้าเข้ามาจูบต่อหน้าธารกำนัลและถูกประกาศว่าเป็นแฟนใหม่โดยที่เขาไม่รู้เรื่องเลยแม้แต่น้อย กำลังยืนนิ่งเหมือนถูกแช่แข็ง เขารู้สึกถึงริมฝีปากที่เพิ่งสัมผัสกันและคำประกาศที่บ้าบิ่นของคนตรงหน้าอย่างชัดเจน
“มึง… มึงกล้าดียังไงวะโอโม่!?” ต๊อดคำรามด้วยความโกรธ
“กล้าดียังไงเหรอ?” โอโม่ถามกลับด้วยรอยยิ้มที่ดูมั่นใจอย่างไม่น่าเชื่อ แขนของเขายังคงโอบรอบเอวของใหญ่ไว้แน่นราวกับเป็นการยืนยันความเป็นเจ้าของ “นี่แฟนใหม่กู และเราก็กำลังจะกลับห้องไปสานต่อเรื่องของเราต่อ ขอตัวนะ!”
โอโม่หันไปยิ้มให้ใหญ่ด้วยรอยยิ้มที่ดูน่ารักแต่แฝงไปด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อย จากนั้นเขาก็ดึงมือใหญ่ให้เดินตามเขาไปทันที โดยไม่สนใจเสียงตะโกนด่าทอของต๊อดอีกต่อไป
ใหญ่เดินตามแรงดึงของโอโม่ไปอย่างง่ายดาย แม้ในใจจะเต็มไปด้วยความสงสัย แต่ในวินาทีนั้นเอง มุมปากของเขาก็กระตุกยิ้มเล็กน้อย แววตาที่เย็นชาของเขาฉายแวววาวของความสนุก ความคิดบางอย่างได้แล่นเข้ามาในหัวของเขาอย่างรวดเร็ว
โอโม่ดึงใหญ่มาจนถึงมุมอาคารที่ไม่มีผู้คนแล้วจึงปล่อยมือออกทันที เขาก้มหน้างุดอย่างรู้สึกผิด และพูดด้วยเสียงที่สั่นเครือ
“ขอโทษนะ… ขอโทษจริงๆ ที่ทำแบบนั้น ผม… ผมแค่โมโหมากจนไม่รู้จะทำยังไงแล้ว”
ใหญ่ไม่ได้ตอบอะไร เขายืนมองโอโม่ด้วยสีหน้าเรียบเฉย แววตาของเขาพิจารณาใบหน้าใสๆ ของนักศึกษาเภสัชปี 2 ที่เพิ่งทำเรื่องบ้าๆ ลงไป โอโม่เป็นคนน่ารัก ผิวขาวจัดจนดูเหมือนโอโม่สมชื่อ ดวงตากลมโตและริมฝีปากอวบอิ่มที่เขาเพิ่งได้ลิ้มรสเมื่อครู่ เขาไม่ใช่สเปคปกติของใหญ่ แต่การกระทำที่กล้าบ้าบิ่นและสิ้นคิดเมื่อครู่มันกลับจุดประกายความสนใจบางอย่างในตัวใหญ่ขึ้นมา
“น้องชื่ออะไร?” ใหญ่ถามเสียงเรียบ
“โอโม่… ครับ”
“โอโม่” ใหญ่ทวนชื่อช้าๆ “จู่ ๆ น้องก็ประกาศให้คนทั้งโลกรู้ว่าพี่เป็นแฟนใหม่ของน้อง?”
โอโม่หน้าแดงก่ำ “ผมขอโทษครับ ผมจะชดใช้ค่าเสียหายให้ก็ได้… ถ้าเรื่องเมื่อกี้มันทำให้พี่ลำบากใจ”
ใหญ่หัวเราะหึ ๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูเย็นชาแต่ทุ้มต่ำและน่าฟัง “ค่าเสียหาย? น้องคิดว่าคำว่า ‘แฟนใหม่’ ของน้องมันถูกหรือแพงแค่ไหนล่ะ?”
“ผมไม่รู้… แต่ผมขอโทษจริงๆ ที่ทึกทักเอาเองแบบนั้น”
โอโม่กำลังจะอ้อนวอนขอให้อีกฝ่ายเห็นใจและให้อภัย แต่ใหญ่กลับยื่นมือออกไปเชยคางของโอโม่ขึ้นมาให้สบตากับเขา แววตาของใหญ่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นบางอย่างที่โอโม่ไม่เข้าใจ
“ไม่เป็นไรหรอกโอโม่” ใหญ่พูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลงอย่างผิดปกติ “ถ้าแค่เรื่องเป็นแฟนกัน… พี่ว่าก็ไม่มีปัญหาอะไรนะ”
โอโม่เบิกตากว้างด้วยความตกใจ “พะ… พี่หมายความว่ายังไงครับ?”
“หมายความตามที่พูดนั่นแหละ” ใหญ่ขยับตัวเข้ามาใกล้โอโม่มากขึ้น จนโอโม่สามารถได้กลิ่นน้ำหอมเย็นๆ ที่มีกลิ่นอายของไม้และเครื่องหนังจากตัวใหญ่ได้อย่างชัดเจน “พี่ใหญ่… นักศึกษาวิศวะ ปี 4”
ใหญ่ยื่นมือมาวางบนไหล่ของโอโม่ “ดูเหมือนน้องกำลังหาแฟนใหม่ ที่ ‘หล่อและใหญ่กว่า’ แฟนเก่าน้องอยู่ไม่ใช่เหรอ? พี่ว่าพี่ก็เข้าข่ายนะ”
โอโม่นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง เขาไม่คิดว่าเรื่องที่บ้าบอที่สุดในชีวิตของเขาจะถูกคลี่คลายลงได้ง่ายดายแบบนี้
“แต่… พี่ไม่โกรธผมเหรอครับ? ผม… ผมจูบพี่โดยที่พี่ไม่เต็มใจ”
ใหญ่ยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่ทำให้โอโม่รู้สึกหนาวสั่นเล็กน้อย “ไม่โกรธหรอก… ออกจะชอบด้วยซ้ำ”
“ถ้าน้องคิดจะประกาศให้คนอื่นรู้ว่าพี่เป็นแฟนใหม่น้องแล้ว… ก็ประกาศให้มันเป็นความจริงไปเลยดีกว่า” ใหญ่ลดมือลงมาจับมือของโอโม่เอาไว้แน่น “พี่จะ จีบ น้องโอโม่… และพี่จะทำให้น้องอยากเป็นแฟนกับพี่จริงๆ”
โอโม่หัวใจเต้นแรง เขาไม่เคยคิดว่าเรื่องทั้งหมดมันจะกลายเป็นจริงได้ เขาตกอยู่ในความงุนงงสลับกับความดีใจที่อีกฝ่ายไม่ได้โกรธ และยังดูเหมือนจะสนใจเขาจริงๆ
สิ่งที่โอโม่ไม่รู้เลยในตอนนั้น คือแววตาของใหญ่ไม่ได้มีความสนใจแบบหนุ่มสาวทั่วไป แต่เป็นความสนใจของ นักล่า ที่เจอเหยื่อที่น่าสนใจ Big เป็นคนชอบความท้าทาย ชอบควบคุม และที่สำคัญที่สุด… เขาเป็นพวก ซาดิสม์ (Sadist) ที่ชอบความรุนแรงในเรื่องบนเตียง
และอีกเรื่องที่โอโม่ไม่รู้และไม่คิดจะเชื่อหากมีใครมาบอก นั่นคือคำว่า “ใหญ่กว่า” ที่เขาพูดออกไปอย่างประชดประชันนั้น… เป็นเรื่องจริงอย่างน่าตกใจ ขนาด ของใหญ่ไม่ได้มีแค่ความสูงใหญ่ แต่มี ขนาดถึง 58
โอโม่พยักหน้าอย่างช้าๆ หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นและความกลัวที่ปนเปกันไปหมด
“ตกลงครับ…” โอโม่ตอบ “ผมให้พี่จีบก็ได้”
รอยยิ้มของใหญ่กว้างขึ้นกว่าเดิม แต่มันเป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความสุข แต่เป็นรอยยิ้มของนักล่าที่พร้อมจะเล่นเกม
เกมนี้ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และโอโม่ก็ไม่รู้เลยว่าการบอกเลิกและการทึกทักเอาเองเมื่อครู่ได้นำพาเขาเข้าไปสู่วังวนแห่งความมืดมิดที่น่าหลงใหลอย่างที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน
บทที่ 2 การจีบที่แสนอันตราย
นับตั้งแต่วันที่โอโม่ตัดสินใจทำเรื่องบ้าบิ่นที่สุดในชีวิต โดยการคว้าตัวคนแปลกหน้าอย่าง ใหญ่ เข้ามาจูบและประกาศเป็นแฟนใหม่ต่อหน้าแฟนเก่าที่นอกใจ ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นขึ้นอย่างไม่มีที่มาที่ไปก็ก้าวเข้าสู่มิติใหม่ที่โอโม่ไม่เคยพบเจอมาก่อน
การจีบของใหญ่ไม่ใช่ดอกไม้ ช็อกโกแลต หรือคำพูดหวานๆ แบบที่โอโม่เคยได้รับจากต๊อด การจีบของใหญ่คือการครอบครอง
ใหญ่ไม่เคยถามว่าโอโม่ว่างไหม แต่จะบอกว่าเขาจะมารับโอโม่ที่หน้าคณะเภสัชเวลาไหน เขาไม่เคยถามว่าโอโม่ชอบทานอะไร แต่จะสั่งอาหารที่เขาคิดว่าดีที่สุดสำหรับโอโม่มาวางไว้ตรงหน้า และหากโอโม่ลังเลที่จะทาน ใหญ่ก็จะใช้นิ้วมือที่แข็งแรงแตะลงบนขมับของโอโม่เบาๆ
“กินซะโอโม่ น้องต้องบำรุง” ใหญ่จะพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่แฝงไว้ด้วยอำนาจที่ทำให้โอโม่ปฏิเสธไม่ลง
โอโม่ไม่เคยรู้สึกตื่นเต้นกับความสัมพันธ์ไหนเท่านี้มาก่อน เขาเป็นคนที่ไม่เคยมีใครกล้าปฏิเสธหรือขัดใจได้ขนาดนี้ แต่ใหญ่กลับทำมันอย่างเป็นธรรมชาติ เหมือนโอโม่ควรอยู่ภายใต้การดูแลของเขาตั้งแต่แรก
“พี่ใหญ่ไม่จำเป็นต้องมารับผมทุกวันก็ได้นะ ผมเกรงใจ” โอโม่เคยพยายามปฏิเสธครั้งหนึ่ง ในขณะที่พวกเขากำลังเดินผ่านโรงอาหารของคณะวิศวะ
ใหญ่หันมามองโอโม่ด้วยแววตาที่เย็นชาจนโอโม่รู้สึกหนาวสั่น แต่เพียงครู่เดียวแววตานั้นก็ถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้ม
“เกรงใจเหรอ?” ใหญ่เอื้อมมือมาบีบที่ต้นแขนของโอโม่เบาๆ แต่แรงบีบนั้นกลับมากพอที่จะทำให้โอโม่รู้สึกเจ็บ “น้องควรรู้สึกดีใจต่างหาก ที่มีคนอยากดูแลน้องทุกฝีก้าวขนาดนี้ คนอย่างน้องไม่ควรปล่อยให้อยู่คนเดียว ไม่งั้นน้องก็จะไปทำเรื่องบ้าๆ เหมือนวันนั้นอีก”
ใหญ่หมายถึงวันที่เขาคว้าตัวใหญ่มาจูบ
“พี่แค่อยากให้แน่ใจว่าพี่จะเป็นแฟนใหม่ที่ดีที่สุดของน้องได้จริงๆ” ใหญ่กระซิบข้างหูโอโม่แล้วปล่อยแขน รอยแดงจางๆ ที่แขนของโอโม่ทำให้เขารู้สึกถึงความแตกต่างของใหญ่กับต๊อดได้อย่างชัดเจน ต๊อดไม่เคยให้ความรู้สึกว่าตัวเองถูก “ดูแล” อย่างเข้มงวดขนาดนี้
โอโม่เข้าใจผิดว่าความเข้มงวดของใหญ่คือความใส่ใจที่ต้องการผูกมัดและไม่ให้เขามีโอกาสกลับไปหาแฟนเก่า หรือมองใครอื่นอีกต่อไป ความหล่อเหลาที่สมบูรณ์แบบของใหญ่บวกกับคำพูดที่หนักแน่น ทำให้โอโม่ตกหลุมรัก ภาพลวงตา ที่ใหญ่สร้างขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
ใหญ่พาโอโม่ไปใช้เวลาอยู่ที่ห้องแล็บของคณะวิศวะฯ ที่เงียบสงบในยามค่ำคืน พวกเขาไม่ค่อยได้ทำกิจกรรมแบบคู่รักทั่วไป แต่เป็นการนั่งเงียบๆ ในพื้นที่ของใหญ่ ให้โอโม่ได้อ่านหนังสือ และใหญ่ทำงานของเขา การที่ได้อยู่ในพื้นที่ส่วนตัวของอีกฝ่ายบ่อยๆ โดยไม่จำเป็นต้องพูดอะไร ทำให้ความรู้สึกผูกพันของโอโม่ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
“พี่ใหญ่… เรา… เป็นแฟนกันได้หรือยัง?” วันหนึ่งโอโม่ถามขึ้นอย่างกล้าๆ กลัวๆ ในขณะที่นั่งอยู่ข้างใหญ่ในห้องแล็บ
ใหญ่เงยหน้าขึ้นจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ มองโอโม่ด้วยรอยยิ้มที่ทำให้ใจของโอโม่ละลาย
“พี่รอมานานแล้ว?” ใหญ่ยื่นมือมาสัมผัสที่แก้มของโอโม่ “พี่กำลังรอให้น้องยอมรับว่าความรู้สึกของน้องมันถึงจุดที่อยากเป็นแฟนกับพี่จริงๆ เท่านั้นเอง”
“ผมอยากเป็นแฟนกับพี่นะ” โอโม่ตอบด้วยความรู้สึกที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและความต้องการที่อยากจะให้ความสัมพันธ์นี้มั่นคง
“ดี” ใหญ่ตอบสั้นๆ แล้วเลื่อนตัวเข้ามาใกล้โอโม่มากขึ้น จนใบหน้าของพวกเขาห่างกันเพียงคืบเดียว “งั้นพี่ก็จะประกาศให้ทุกคนรู้ว่าน้องเป็นของพี่”
การประกาศความเป็นแฟนของใหญ่เกิดขึ้นในอีกสองวันถัดมา มันไม่ใช่การโพสต์โซเชียลมีเดีย แต่เป็นการเดินเข้าไปหาต๊อดถึงหน้าคณะนิติศาสตร์ ต๊อดที่กำลังยืนคุยกับเพื่อนๆ อยู่ ถึงกับหน้าถอดสีเมื่อเห็นโอโม่เดินมากับใหญ่ที่ดูโดดเด่นและน่าเกรงขามกว่าเขาเป็นสิบเท่า
“ว่าไงวะ” ใหญ่เอ่ยปากทักด้วยน้ำเสียงสุภาพ แต่สายตาที่มองต๊อดกลับเป็นสายตาที่ดูถูกเหยียดหยาม
ต๊อดมองไปที่โอโม่ที่เกาะแขนใหญ่แน่น “มึงพามันมาทำไม?”
โอโม่กำลังจะอ้าปากพูด แต่ใหญ่กลับชิงพูดก่อน “มาเคลียร์เรื่อง แฟน ของกูไง”
ใหญ่กอดไหล่โอโม่เข้ามาแนบชิดมากขึ้น แล้วก้มลงจูบที่หน้าผากของโอโม่เบาๆ ต่อหน้าต๊อดและกลุ่มเพื่อนๆ ของเขา การกระทำที่ดูอ่อนโยนนี้กลับเต็มไปด้วยความจงใจที่จะยั่วโมโหต๊อด
“มึงยังมารังควานโอโม่อยู่ใช่ไหม?” ใหญ่ถามด้วยรอยยิ้ม “กูบอกมึงแล้วนี่ว่าโอโม่เจอคนที่ดีกว่าแล้ว”
ต๊อดกำหมัดแน่น “มึงเป็นใครวะ? กูไม่เคยรู้จักมึง”
ใหญ่ยิ้มเย็น “กูชื่อใหญ่ แฟนใหม่ของโอโม่” เขาจงใจใช้คำว่า “แฟน” เพื่อตอกย้ำถึงการเปลี่ยนสถานะ “และอีกอย่าง… เรื่องที่โอโม่บอกว่ากู ‘ใหญ่กว่า’ มึงทุกอย่างน่ะ…มึงควรรู้ไว้ว่านั่นคือเรื่องจริง”
ใหญ่พูดด้วยน้ำเสียงต่ำกระซิบที่ได้ยินกันแค่สองคน ต๊อดมองใหญ่ด้วยความโกรธแค้น แต่เขาก็ไม่กล้าพอที่จะมีเรื่องกับนักศึกษาวิศวะฯ ปี 4 ที่มีชื่อเสียงเรื่องความบ้าดีเดือด
“กูไม่สนใจพวกมึงหรอก” ต๊อดพูดตัดบทแล้วรีบเดินหนีไป
การประกาศตัวของใหญ่ทำให้โอโม่รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเจ้าหญิงที่ถูกอัศวินมาปกป้อง หัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความสุขที่ได้แก้แค้นต๊อดได้อย่างสมบูรณ์แบบ เขาเงยหน้ามองใหญ่ด้วยความรัก
“ขอบคุณนะพี่ใหญ่”
“มันเป็นหน้าที่ของแฟนอยู่แล้ว” ใหญ่ตอบด้วยรอยยิ้มที่ดูดี “ทีนี้ก็ไม่มีใครกล้ามารบกวนเราแล้ว”
เย็นวันนั้น ใหญ่บอกโอโม่ว่าเขาจะพาไปฉลองที่คอนโดส่วนตัวของเขา การเป็นแฟนกันอย่างเป็นทางการครั้งแรกของพวกเขาควรจะมีความทรงจำที่ดีที่สุด
คอนโดของใหญ่อยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัย มันเป็นห้องที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่ดูหรูหรา เฟอร์นิเจอร์สีเข้มที่บ่งบอกถึงรสนิยมของชายหนุ่มที่ชอบความสงบและความมืดมิด
โอโม่เดินเข้าไปในห้องนอนของใหญ่ด้วยความตื่นเต้นและความประหม่าปนกันไปหมด
“พี่ใหญ่…” โอโม่เรียกเสียงแผ่วเบา ขณะที่ใหญ่กำลังล็อกประตูห้องนอน
ใหญ่หันมามองโอโม่ด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง แววตาของเขาไม่ได้มีรอยยิ้มที่อ่อนโยนแบบที่เขาใช้จีบโอโม่ แต่กลับเต็มไปด้วยความต้องการที่หิวกระหายและอำนาจที่เหนือกว่า
“พี่ว่าน้องคงรู้แล้วนะว่าเราควรจะทำอะไรในคืนแรกของการเป็นแฟนกัน” ใหญ่เดินเข้ามาหาโอโม่ช้าๆ เหมือนเสือที่กำลังล่าเหยื่อ
“รู้ครับ…” โอโม่ตอบอย่างประหม่า “แต่… ค่อยๆ นะครับ ผมไม่เคย…”
คำพูดของโอโม่ถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อใหญ่คว้าข้อมือของเขาไว้แน่นแล้วกระชากเขาเข้ามาหาตัวเองทันที แรงกระชากนั้นทำให้โอโม่เซถลาเข้าปะทะกับแผงอกที่แข็งแกร่งของใหญ่
“ไม่มีคำว่า ‘ค่อยๆ’ สำหรับพี่โอโม่” ใหญ่กระซิบเสียงต่ำข้างหูโอโม่ ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดทำให้โอโม่ขนลุกซู่ แต่ความรู้สึกนี้มันแตกต่างจากความตื่นเต้นทางเพศ มันคือความกลัวอย่างแท้จริง
“พี่เป็นคนชอบความรุนแรง… น้องควรจะรู้ตั้งแต่แรกแล้ว” ใหญ่พูดต่อพร้อมกับใช้มืออีกข้างบีบที่คอของโอโม่เบาๆ แต่แข็งแรงพอที่จะทำให้โอโม่รู้สึกหายใจลำบากชั่วครู่
“อึก…” โอโม่หน้าซีด
“ไม่ต้องกลัว” ใหญ่ปล่อยคอโอโม่ แล้วดึงโอโม่ให้ล้มลงบนเตียงขนาดคิงไซส์ของเขาอย่างไม่ไยดี “ถ้าอยากเป็นแฟนกับพี่… น้องต้องยอมรับในสิ่งที่พี่เป็น”
ใหญ่ขึ้นคร่อมโอโม่ทันที ใบหน้าของเขาดูหล่อเหลาและโหดเหี้ยมในเวลาเดียวกัน การจูบของเขาครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งแรกที่สับสน แต่เป็นการจูบที่เต็มไปด้วยอำนาจและความต้องการที่จะครอบครอง ใหญ่ใช้ลิ้นรุกรานโอโม่อย่างรุนแรงจนโอโม่รู้สึกเจ็บและเริ่มมีน้ำตาคลอ
“ถ้าไม่ชอบ… น้องก็บอกพี่สิ” ใหญ่ถอนจูบออกไปเล็กน้อย มองโอโม่ที่หายใจหอบถี่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง
โอโม่พยายามจะพูด แต่ความกลัวและความตื่นตระหนกทำให้เขาพูดไม่ออก เขาเพียงส่ายหน้าเล็กน้อย ซึ่งใหญ่ตีความว่าเป็นการยอมรับ
“ดีมาก” ใหญ่ฉีกเสื้อของโอโม่ทันที เสียงผ้าขาดดัง ‘แควก’ ทำให้โอโม่ตกใจจนตัวสั่น การกระทำของใหญ่ไม่ได้ให้ความรู้สึกของการร่วมรัก แต่เป็นการ ทำร้าย มากกว่า
ใหญ่ไม่รอให้โอโม่ได้เตรียมตัว เขากระชากกางเกงของโอโม่ลงไปอย่างรวดเร็ว แล้วใช้มือที่หยาบกร้านของเขาเริ่มต้นความสัมพันธ์ทางร่างกายอย่างรุนแรง แรงกดและแรงบดเบียดที่ไม่ให้โอโม่ได้มีเวลาปรับตัว ทำให้โอโม่ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
“พี่ใหญ่… เจ็บ…” โอโม่พูดเสียงสั่นน้ำตาไหลริน
แต่ใหญ่ไม่สนใจ เขากลับยิ้มออกมาอย่างพอใจเมื่อได้ยินเสียงร้องของโอโม่ “นี่คือรสชาติของความรักของพี่…น้องจะต้องชินกับมันในอีกไม่ช้า”
แล้วใหญ่ก็เริ่มการสอดใส่โดยที่โอโม่ไม่ทันได้ตั้งตัว ขนาด 58 ที่โอโม่เคยพูดจาประชดประชันใส่ต๊อด… ตอนนี้มันเข้ามาอยู่ในตัวเขาอย่างแท้จริง
“อ๊ากกก!!!” โอโม่กรีดร้องด้วยความเจ็บปวดที่รุนแรงจนแทบขาดใจ มันไม่ใช่ความเจ็บปวดที่น่าอภิรมย์ แต่มันคือความเจ็บปวดที่ทำให้เขาอยากตายเสียให้รู้แล้วรู้รอด
ใหญ่ไม่ได้ลดความรุนแรงลง แต่เขากลับเพิ่มความแรงในการกระแทกกระทั้นอย่างบ้าคลั่ง เขารู้สึกถึงความคับแน่นและความเจ็บปวดของโอโม่ แต่นั่นยิ่งทำให้ ความซาดิสม์ ในตัวเขายิ่งพุ่งสูงขึ้น
“น้องชอบไม่ใช่เหรอที่บอกว่าพี่ใหญ่กว่าแฟนเก่าของน้อง” ใหญ่กระซิบข้างหูโอโม่ด้วยน้ำเสียงที่บ้าคลั่ง “พี่จะทำให้น้องรู้ว่ามัน ใหญ่กว่า มากแค่ไหน!”
โอโม่ไม่สามารถตอบอะไรได้อีกแล้ว ร่างกายของเขาเกร็งไปหมดด้วยความเจ็บปวดที่เกินจะรับไหว ภาพของใหญ่ที่กำลังกระทำอย่างรุนแรงต่อเขาดูพร่ามัวไปหมด สติของเขาลอยหายไปในห้วงแห่งความทรมาน… เขากลัว… กลัวผู้ชายคนนี้จนแทบจะหยุดหายใจ
การร่วมรักครั้งแรกของพวกเขาจบลงด้วยความเงียบสงัดและกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ปนเปอยู่บนผ้าปูที่นอนสีขาว ใหญ่หอบหายใจอย่างหนักอย่างพึงพอใจกับสิ่งที่เขาเพิ่งทำลงไป ส่วนโอโม่… เขานอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง ร่างกายเต็มไปด้วยรอยแดงและรอยช้ำจากแรงบีบของใหญ่ สติของเขาเลือนรางจนแทบจะไม่ได้สติ
เมื่อโอโม่ตื่นขึ้นมาในเช้าวันรุ่งขึ้น ความเจ็บปวดที่แสนสาหัสได้พุ่งเข้าจู่โจมเขาทันที
เขารู้สึกเหมือนร่างกายถูกฉีกเป็นชิ้นๆ ไม่ใช่แค่ความเจ็บปวดทางกาย แต่เป็นความเจ็บปวดทางใจที่รู้ว่าตัวเองถูกหลอกและถูกทำร้าย โอโม่พยายามจะลุกขึ้นจากเตียง แต่เขาก็ทำไม่ได้ ร่างกายของเขาไร้เรี่ยวแรงจนแทบจะกระดิกไม่ได้เลย
โอโม่มองไปยังใหญ่ที่กำลังนอนหลับอยู่ข้างๆ ด้วยใบหน้าที่หล่อเหลาและดูสงบ แต่สำหรับโอโม่แล้ว ใบหน้านั้นกลับดูเหมือน ปีศาจ
เขารู้แล้วว่าเขาได้ตกอยู่ในกับดักที่เขาสร้างขึ้นมาเอง
และที่เลวร้ายกว่านั้น… คือเมื่อใหญ่ตื่นขึ้นมา เขากลับยิ้มให้โอโม่ด้วยรอยยิ้มที่เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“อรุณสวัสดิ์ที่รัก” ใหญ่พูดอย่างอ่อนโยนจนน่าขนลุก “วันนี้คงลงจากเตียงไม่ได้สินะ… ไม่เป็นไรหรอก พี่จะดูแลน้องเอง”
โอโม่รู้แล้วว่าเขาไม่มีทางหนีจากผู้ชายคนนี้ได้แล้ว… ถ้าเขาคิดจะเลิกตอนนี้… เขาคงต้อง โดนดีแน่ ตามสัญชาตญาณที่ร่ำร้องบอกเขา
แต่ในความหวาดกลัวนั้นเอง… แสงเล็กๆ ของความรู้สึกบางอย่างก็เริ่มฉายแสงขึ้นมาในใจของโอโม่
ทำไม… ทำไมความรุนแรงของใหญา ถึงทำให้พี่รู้สึก ดี ในบางช่วงเวลาด้วยนะ?
บทที่ 3 เกมความสัมพันธ์ที่ไม่มีวันจบ
สัปดาห์แรกของการเป็นแฟนกับใหญ่ผ่านไปอย่างเชื่องช้าและเจ็บปวดสำหรับโอโม่ เขาต้องใช้เวลาสองวันเต็มๆ ในการฟื้นฟูร่างกายให้อาการดีขึ้นพอที่จะลุกจากเตียงได้ โดยมีใหญ่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด ใหญ่ดูแลเขาด้วยความอ่อนโยนผิดกับตอนที่อยู่บนเตียงอย่างสิ้นเชิง ใหญ่ป้อนข้าว ป้อนยา และเช็ดตัวให้เขาด้วยท่าทีที่สุภาพและนุ่มนวล
“โอโม่… เจ็บมากไหม?” ใหญ่เคยถามด้วยน้ำเสียงกังวล ขณะที่กำลังทาครีมลดรอยช้ำบนสะโพกของเขา
โอโม่พยายามข่มความโกรธและความกลัวไว้ “ทำไมต้องทำรุนแรงขนาดนั้นด้วย?” เขาถามออกไปเสียงสั่น
ใหญ่เงียบไปครู่หนึ่ง เขายื่นมือมาลูบผมของโอโม่เบาๆ
“พี่บอกน้องแล้วไงว่าพี่เป็นคนแบบนี้” ใหญ่ตอบ “พี่ชอบที่น้องเป็นของพี่ทั้งหมด ชอบที่น้องร้องขอความเมตตา… อย่าคิดที่จะเลิกกับพี่นะโอโม่”
แววตาของใหญ่ในตอนนั้นมันเย็นชาจนทำให้โอโม่ขนลุกซู่
“น้องรู้ใช่ไหมว่าถ้าพี่โกรธขึ้นมาจริงๆ น้องจะ โดนดีแน่” ใหญ่ขู่ด้วยน้ำเสียงที่ทำให้โอโม่รู้ทันทีว่าคำขู่ของเขาไม่ใช่เรื่องตลก “พี่ไม่ได้ขู่… แต่พี่จะทำให้น้องลงจากเตียงไม่ได้ไปตลอดชีวิตก็ได้”
โอโม่รู้ดีว่าคำขู่นั้นเป็นจริง เขายังคงจำความรุนแรงของใหญ่และความคับแน่นของ ขนาด ที่เกินมนุษย์ได้ดี ไม่มีใครเคยทำให้เขาเจ็บได้ขนาดนี้มาก่อน ความคิดที่จะหลบหนีจึงถูกเก็บซ่อนไว้ในส่วนลึกของจิตใจ
เมื่อกลับไปที่คณะ โอโม่ต้องใส่เสื้อแขนยาวและพยายามเดินอย่างระมัดระวังที่สุดเพื่อปกปิดร่องรอยตามร่างกาย เขายอมรับว่าใหญ่รักและดูแลเขาในชีวิตประจำวันอย่างดีเยี่ยม ใหญ่ไปรับไปส่งเขาตรงเวลาเสมอ เตรียมอาหารที่ดีที่สุดให้ และปกป้องเขาจากทุกสายตาที่มองมาด้วยความริษยา แต่ทุกคืนที่ใหญ่มานอนที่ห้องพักของเขา หรือพาเขาไปที่คอนโด ความสัมพันธ์ของพวกเขาก็จะกลับไปสู่ความรุนแรงเดิมๆ
ยิ่งนานวันเข้า การควบคุมของใหญ่ก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
ใหญ่ไม่เคยห้ามโอโม่ไปเจอเพื่อน แต่เขาจะขอให้โอโม่ “รายงาน” ทุกครั้งที่ไปไหนมาไหน เขาไม่เคยห้ามโอโม่ใช้โทรศัพท์ แต่เขาจะตั้งวอลเปเปอร์หน้าจอเป็นรูปของเขาเอง และโอโม่รู้ดีว่าเขาไม่สามารถเปลี่ยนมันได้
“นี่ไม่ใช่การควบคุมโอโม่” ใหญ่พูดเสมอเมื่อโอโม่ทำหน้าสงสัย “นี่คือการแสดงความรักและสถานะความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน”
วันหนึ่งใหญ่เข้ามาที่ห้องพักของโอโม่แล้วเดินตรงเข้าไปที่ตู้เสื้อผ้า
“เสื้อผ้าของน้องมันดูเรียบร้อยเกินไป” ใหญ่พูดแล้วดึงเสื้อยืดสีขาวคอกว้างออกมาตัวหนึ่ง “พี่ว่าน้องควรจะใส่ชุดที่ทำให้พี่ รู้สึกอยากทำร้าย น้องมากกว่านี้”
โอโม่ไม่เข้าใจว่าการแสดงความรักของใหญ่คือการอยากทำร้ายได้อย่างไร แต่เขาก็ต้องยอมเปลี่ยนการแต่งตัวตามคำสั่งของใหญ่ การแต่งตัวที่เปิดเผยมากขึ้น ทำให้โอโม่ตกเป็นเป้าสายตาของคนอื่นๆ และทุกครั้งที่มีใครมองโอโม่นานเกินไป ใหญ่จะแสดงสีหน้าอำมหิตใส่คนเหล่านั้นทันที
การควบคุมของใหญ่ครอบคลุมไปถึงการเรียนด้วย เขาบังคับให้โอโม่ต้องอ่านหนังสือที่เขากำหนด และต้องทำคะแนนให้ดีที่สุด เพราะเขาบอกว่า “คนของพี่ต้องดีที่สุดในทุกด้าน”
ความสัมพันธ์ของพวกเขาเป็นเหมือนกรงทองที่สวยงามและแข็งแกร่ง โอโม่ถูกโอบล้อมด้วยความรักและการดูแลที่ไม่เคยมีใครให้ได้ขนาดนี้ แต่ขณะเดียวกันเขาก็ถูกพันธนาการไว้ด้วยความหวาดกลัวที่ว่าหากเขาทำผิดพลาดเพียงเล็กน้อย เขาจะต้องเผชิญหน้ากับความรุนแรงที่ไม่สามารถคาดเดาได้บนเตียง
ผ่านไปหนึ่งเดือน โอโม่เริ่มที่จะปรับตัวเข้ากับชีวิตที่มีใหญ่เป็นศูนย์กลางได้แล้ว
คืนหนึ่ง ขณะที่พวกเขากำลังมีอะไรกัน ใหญ่ใช้เชือกไหมดึงรวบข้อมือของโอโม่เอาไว้กับหัวเตียง โอโม่ร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดและความกลัวเช่นเคย แต่ในขณะที่ใหญ่กำลังกระหน่ำความรุนแรงลงมาจนโอโม่รู้สึกเหมือนโลกกำลังแตกสลาย ทันใดนั้น ความรู้สึกบางอย่างที่เขาไม่เคยรู้จักก็ผุดขึ้นมา
มันคือความรู้สึกตื่นเต้น
ความเจ็บปวดที่รุนแรงเหล่านั้น… มันถูกบิดเบือนกลายเป็นความรู้สึกที่ทำให้ร่างกายสั่นสะท้านไปด้วยความสุขที่แสนวิปริต โอโม่รู้สึกเหมือนถูกครอบงำจนไม่เหลือความเป็นตัวเอง และความรู้สึกของการถูกยึดครองทั้งหมดนี้มันกลับทำให้เขา… มีความสุข
โอโม่หยุดร้องไห้ แต่เปลี่ยนเป็นเสียงครางแผ่วเบาที่เต็มไปด้วยความทรมานและความต้องการที่ซ่อนอยู่
ใหญ่สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงนั้นได้อย่างชัดเจน เขาหยุดการเคลื่อนไหวแล้วก้มลงมองใบหน้าของโอโม่ที่เต็มไปด้วยเหงื่อและน้ำตา แต่ดวงตานั้นกลับฉายแววความต้องการที่รุนแรงกลับมา
“เป็นอะไรไปโอโม่?” ใหญ่ถามเสียงพร่า
“มะ… ไม่รู้…” โอโม่ตอบอย่างสับสน “แต่… ทำต่อสิพี่ใหญ่… ผมอยากให้พี่ทำ…”
ใหญ่ยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ เป็นรอยยิ้มที่เผยให้เห็นถึงความรู้สึกว่าเขากำลังได้ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
“ในที่สุดน้องก็รู้ตัวสินะ มาโซคิสม์ตัวน้อย” ใหญ่พูดอย่างภาคภูมิใจ
เขาแก้มลงกระซิบข้างหูโอโม่ “พี่ว่าน้องชอบแนวเดียวกับพี่ไปแล้ว… น้องชอบที่จะถูกทำร้าย น้องชอบที่จะถูกควบคุม และน้องก็ชอบ ขนาด ของพี่อย่างบ้าคลั่ง”
คำพูดของใหญ่ทำให้โอโม่ตัวแข็งทื่อ เขาพยายามจะปฏิเสธในใจว่ามันไม่จริง แต่ความรู้สึกที่ท่วมท้นอยู่ในร่างกายมันปฏิเสธไม่ได้เลย
เขาชอบความรุนแรงจริงๆ หรือนี่?
เมื่อใหญ่เริ่มดำเนินการต่อ โอโม่ไม่ร้องขอความเมตตาอีกต่อไป แต่เขากลับ ร้องขอ ความรุนแรงที่มากขึ้น
“แรงกว่านี้สิพี่ใหญ่… ได้โปรด…”
หลังจากค่ำคืนนั้น โอโม่ตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสับสนอย่างรุนแรง เขาเดินไปส่องกระจก มองดูร่องรอยสีแดง สีม่วง ที่ใหญ่ทิ้งไว้บนร่างกายของเขาแทนที่จะรู้สึกเจ็บปวดและเกลียดชัง เขากลับรู้สึกถึงความ ภูมิใจ แปลกๆ ที่ร่องรอยเหล่านี้คือหลักฐานแสดงความเป็นเจ้าของที่ใหญ่ประทับไว้
เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าความรู้สึกกลัวที่เกิดขึ้นในช่วงแรกนั้น กำลังถูกแทนที่ด้วยความต้องการที่จะถูกควบคุมและถูกลงโทษอย่างรุนแรง
โอโม่หยิบเสื้อผ้าที่ใหญ่เลือกไว้ให้มาสวมใส่ เขาเริ่มรู้สึกแล้วว่าชีวิตที่อยู่ภายใต้การปกครองของใหญ่มันไม่ได้แย่เสมอไป มันอาจจะเป็นสิ่งที่เขาตามหามาตลอด… ความรักที่มาพร้อมกับความรุนแรงและการควบคุมที่สมบูรณ์แบบ
เขายิ้มให้กับเงาในกระจก รอยยิ้มที่ดูน่ารักแต่แฝงไว้ด้วยความบิดเบือนทางอารมณ์ที่เริ่มคล้ายคลึงกับใหญ่มากขึ้นทุกที
เขาได้กลายเป็นโอโม่คนใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยใหญ่แล้ว
บทที่ 4 การยอมจำนนอย่างสมบูรณ์
นับจากค่ำคืนที่โอโม่ได้ค้นพบความจริงอันน่าสยดสยองแต่กลับน่าหลงใหลในจิตใจตัวเอง ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับใหญ่ก็ก้าวเข้าสู่มิติที่ลึกซึ้งและมืดมิดยิ่งกว่าเดิม โอโม่ไม่ได้ใช้ชีวิตแบบคนปกติอีกต่อไป แต่กลายเป็นคนรักที่ ยอมจำนน ต่อผู้ควบคุมอย่างสมบูรณ์
เช้าวันหนึ่ง ขณะที่ใหญ่อยู่ในห้องพักของโอโม่ โอโม่ได้เดินตรงเข้าไปหาใหญ่ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตั้งใจ
“ใหญ่… ผมอยากให้พี่ควบคุมผมให้มากกว่านี้” โอโม่พูดด้วยน้ำเสียงที่นิ่งและหนักแน่น “ผมอยากให้พี่ทำเหมือนที่เคยทำ… โดยที่ผมไม่ต้องกลัวอีกต่อไป”
ใหญ่เงยหน้าขึ้นจากหนังสือที่กำลังอ่าน เขายิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจอย่างที่สุด แววตาของเขาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจที่เหยื่อของเขายอมรับชะตากรรมและกลายเป็นเหมือนเขาแล้ว
“พี่รู้แล้วว่าน้องจะพูดแบบนี้โอโม่” ใหญ่ตอบแล้วดึงโอโม่ลงมานั่งบนตักของเขาอย่างรวดเร็ว “พี่บอกน้องแล้วว่าเราเข้ากันได้ดี”
“พี่เคยบอกว่าพี่เป็นซาดิสม์… แล้วผมล่ะ?” โอโม่ถามด้วยความอยากรู้
ใหญ่ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังของโอโม่อย่างช้าๆ มือของเขาสัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อที่อ่อนนุ่มของคนรัก “น้องคือ มาโซคิสม์ (Masochist) ที่สมบูรณ์แบบที่สุดของพี่ไงโอโม่ น้องชอบที่จะถูกทรมาน ถูกควบคุม และถูกทำลายโดยคนที่น้องรัก”
ตั้งแต่นั้นมา ใหญ่ก็ไม่ได้ปิดบังรสนิยมของเขาอีกต่อไป เขาเปิดเผย โลกส่วนตัว ที่เคยซ่อนเร้นของเขาให้โอโม่ได้เห็น ใหญ่มีอุปกรณ์บางอย่างที่ใช้สำหรับการควบคุมและความรุนแรงในคอนโดของเขา และโอโม่ก็เริ่มที่จะยอมรับสิ่งเหล่านั้นได้อย่างง่ายดาย
การร่วมรักของพวกเขาเต็มไปด้วยการ ลงโทษ และการ ให้รางวัล ที่ชัดเจน
หากโอโม่ทำตัวดี ตั้งใจเรียนตามที่ใหญ่สั่ง ใหญ่จะให้รางวัลเขาด้วยความรุนแรงที่โอโม่ร้องขอ หรือหากโอโม่ทำตัวไม่ดี เช่น ลืมตอบข้อความ หรือเผลอแสดงความสนิทสนมกับเพื่อนคนอื่นมากเกินไป ใหญ่ก็จะลงโทษเขาอย่างรุนแรงจนโอโม่ทรุดตัวลงด้วยความเจ็บปวด
“จำไว้โอโม่” ใหญ่จะพูดเสียงต่ำกระซิบข้างหูเขาเสมอ “ร่างกาย น้องเป็นของพี่ทั้งหมด… ตั้งแต่หัวจรดเท้า”
การยอมรับความเป็นมาโซคิสม์ของโอโม่ทำให้ชีวิตประจำวันของพวกเขานั้นแตกต่างจากคู่รักอื่นโดยสิ้นเชิง
โอโม่เริ่มใช้ชีวิตภายใต้กฎระเบียบของใหญ่ที่เข้มงวดมากขึ้นเรื่อยๆ เขาต้องส่งข้อความรายงานตัวทุกๆ สามชั่วโมง ต้องทานอาหารที่ใหญ่กำหนดเท่านั้น และแม้แต่การแต่งกายในชุดนักศึกษาก็ถูกควบคุมโดยใหญ่
เพื่อนๆ ของโอโม่ในคณะเภสัชฯ สังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของโอโม่ได้อย่างชัดเจน
“โอโม่… แกดูซูบลงนะ” นิว เพื่อนสนิทของโอโม่ถามด้วยความเป็นห่วง “แล้วรอยช้ำที่ข้อมือของแกมันคืออะไร?”
โอโม่รีบดึงแขนเสื้อลงมาปิดร่องรอยนั้นทันที “อ๋อ… พี่ล้มในห้องแล็บน่ะ พอดีพี่ใหญ่เขาพาไปช่วยงานที่วิศวะฯ”
เขามักจะใช้ “พี่ใหญ่” เป็นเกราะกำบังเสมอ และทุกครั้งที่เขาพูดถึงใหญ่ ดวงตาของเขาก็จะฉายแววรักใคร่และหวงแหนอย่างเปิดเผย จนเพื่อนๆ ไม่กล้าที่จะถามเซ้าซี้อีกต่อไป
โอโม่ไม่สนใจสายตาที่มองมาด้วยความสงสัย เขาจมดิ่งลงไปในความสัมพันธ์นี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้น เขาชอบที่ตัวเองเป็น สมบัติ ของใหญ่ และชอบที่ใหญ่แสดงความเป็นเจ้าของอย่างเปิดเผยและรุนแรง
วันหนึ่ง ต๊อดบังเอิญเดินผ่านมาเห็นโอโม่กับใหญ่ที่กำลังยืนคุยกันอยู่ ต๊อดพยายามจะเข้ามาทักทายโอโม่ด้วยความหวังว่าจะมีโอกาสกลับมาคืนดี
“ไงโอโม่ สบายดีไหม?” ต๊อดถามด้วยท่าทางที่ดูดีกว่าเดิม
ก่อนที่โอโม่จะทันได้ตอบ ใหญ่ก็ก้าวเข้ามาบังโอโม่ไว้ทันที “น้องไม่มีสิทธิ์คุยกับแฟนของพี่”
โอโม่กลับยิ้มออกมา แล้วเดินอ้อมแขนของใหญ่ไปยืนอยู่ข้างหน้าเขา แต่การกระทำของเขานั้นไม่ใช่อ่อนโยน เขาใช้มือจับเข้าที่ เป้ากางเกง ของใหญ่แน่นต่อหน้าต๊อดและกลุ่มคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ
“ที่รัก… ไม่ต้องสนใจหรอก” โอโม่พูดเสียงหวานแต่แฝงไปด้วยความเย้ยหยัน “เดี๋ยวผมจะ ลงโทษ พี่เองที่แสดงท่าทีไม่พอใจคนอื่นแบบนี้”
โอโม่เน้นคำว่า “ลงโทษ” พร้อมกับใช้มือบีบเน้นย้ำที่ขนาดของใหญ่เบาๆ
ต๊อดหน้าซีดเผือดด้วยความอับอายและตกใจในสิ่งที่โอโม่แสดงออกมา มันไม่ใช่โอโม่คนเดิมที่เคยอ่อนโยนและขี้อาย โอโม่คนนี้ดูอันตรายและเต็มไปด้วยความวิปริตที่ซ่อนเร้น ต๊อดรีบเดินหนีไปทันทีโดยไม่กล้าหันกลับมามองอีก
ใหญ่ที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดรู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก เขาก้มลงกระซิบข้างหูโอโม่
“เก่งมากโอโม่… น้องรู้ว่าต้องทำยังไงถึงจะได้ รางวัล”
ความสัมพันธ์บนเตียงของพวกเขานั้นพัฒนาไปอย่างรวดเร็วและก้าวข้ามขีดจำกัดทางศีลธรรมไปแล้ว โอโม่ไม่ร้องขอให้ใหญ่เบาลงอีกต่อไป แต่เขากลับเรียกร้องความรุนแรงที่มากขึ้น
“ใหญ่… วันนี้ผมอยากให้พี่ใช้แส้ตีผม” โอโม่พูดอย่างเปิดเผยในขณะที่พวกเขากำลังเตรียมตัวจะเข้านอน “ผมอยากให้พี่ลงโทษผมอย่างรุนแรงที่สุด”
ใหญ่แปลกใจกับความกล้าของโอโม่ แต่ในใจเขากลับเต้นแรงด้วยความสุข เขารู้ว่าโอโม่ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเขาอย่างสมบูรณ์แล้ว
“น้องแน่ใจนะโอโม่?”
“แน่ใจครับ” โอโม่ตอบอย่างมั่นคง “ผมอยากรู้สึกว่าพี่เป็นเจ้าของผมอย่างแท้จริง… ผมอยากให้พี่ ทำลาย ผม”
ค่ำคืนนั้นเป็นค่ำคืนที่รุนแรงที่สุดตั้งแต่ที่พวกเขาคบกันมา ใหญ่ใช้แส้หนังตีลงบนผิวขาวเนียนของโอโม่จนเกิดรอยแดงเป็นทางยาว โอโม่กรีดร้องด้วยความเจ็บปวด แต่เสียงกรีดร้องนั้นกลับแปรเปลี่ยนเป็นเสียงครางที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจอย่างน่ากลัว
และเมื่อถึงช่วงเวลาสุดท้าย… ขนาด 58 ก็เข้ามาทำหน้าที่ของมันอย่างไม่ลดละ
โอโม่รับรู้ถึงความเจ็บปวดที่รุนแรงจนน้ำตาไหล แต่เขากลับกอดใหญ่ไว้แน่น ไม่ใช่เพราะต้องการความปลอบโยน แต่เป็นเพราะความรู้สึกของการถูกเติมเต็มอย่างสมบูรณ์แบบ มันเป็นความรู้สึกที่เขาไม่เคยได้จากต๊อด ความรู้สึกที่ถูกครอบครองทั้งร่างกายและจิตวิญญาณ
หลังจากการร่วมรักที่รุนแรงเสร็จสิ้นลง โอโม่นอนหมดแรงอยู่บนเตียง ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยรอยช้ำและรอยแส้ แต่เขากลับรู้สึกสงบอย่างประหลาด
ใหญ่กอดโอโม่เอาไว้แน่น เขายิ้มอย่างพึงพอใจ “น้องของพี่…”
โอโม่เงยหน้าขึ้นมองใหญ่ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความรักที่รุนแรงไม่แพ้กัน
“ผมรักพี่นะใหญ่… ผมชอบที่เป็นแบบนี้”
โอโม่ไม่คิดแล้วว่าตัวเองจะสามารถกลับไปใช้ชีวิตแบบคนปกติได้ เขาได้กลายเป็นมาโซคิสม์ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อซาดิสม์อย่างใหญ่โดยเฉพาะ เขาพบความสุขและความหมายของการมีชีวิตอยู่ภายใต้การปกครองของใหญ่
โอโม่รู้แล้วว่าเขาไม่ได้แค่ ชิน กับความรุนแรง แต่เขาได้ รัก มันไปแล้วจริงๆ
บทที่ 5 อวสาน
สองปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว โอโม่ไม่ได้เป็นนักศึกษาปี 2 คณะเภสัชศาสตร์ที่น่ารักและขี้อายอีกต่อไป เขากลายเป็นนักศึกษาปี 4 ที่โดดเด่นและมีความมั่นใจอย่างประหลาด เขาเรียนจบด้วยเกียรตินิยมตามที่ใหญ่ได้คาดหวังไว้ ส่วนใหญ่เองก็สำเร็จการศึกษาจากคณะวิศวะฯ ไปก่อนหน้านี้และเริ่มต้นทำงานในบริษัทก่อสร้างชั้นนำ ทุกอย่างเป็นไปตามแผนการที่ใหญ่กำหนดไว้ และโอโม่ก็มีความสุขภายใต้การจัดแจงนั้นอย่างไม่เคยคิดมาก่อน
ความสัมพันธ์ของพวกเขายังคงเต็มไปด้วยการควบคุมและความรุนแรงในแบบที่โอโม่หลงใหล ใหญ่ซื้อบ้านหลังใหญ่ที่เงียบสงบเพื่อที่พวกเขาจะได้มีพื้นที่ส่วนตัวสำหรับ “กิจกรรม” ของพวกเขาอย่างเต็มที่ ภายในห้องนอนหลักนั้นมีอุปกรณ์ที่ใช้ในการแสดงความรักของพวกเขาอย่างครบครัน
ใหญ่ยังคงเข้มงวดกับโอโม่ในทุกเรื่อง แต่โอโม่เองก็ตอบรับทุกคำสั่งด้วยความเต็มใจและเสน่หา
“โอโม่… วันนี้พี่เห็นสายตาของเพื่อนร่วมงานน้องมองน้องตอนทานข้าว” ใหญ่พูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ขณะที่พวกเขานั่งทานอาหารเย็น
โอโม่เงยหน้าขึ้นมองใหญ่ เขารู้ดีว่าหมายความว่าอะไร “ผมขอโทษครับใหญ่… เขาแค่มองรอยช้ำที่คอของผม”
ใหญ่ขมวดคิ้ว “รอยช้ำที่พี่ทำไว้เมื่อคืนนี้? พี่บอกน้องแล้วว่าให้ใส่เสื้อปิดให้มิดชิด”
“ผมจะโดนลงโทษไหมครับ?” โอโม่ถามด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง ไม่มีความกลัวหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย แต่เป็นความต้องการอย่างเปิดเผย
ใหญ่ยิ้มมุมปาก “แน่นอนสิ… คนของพี่ต้องรู้ว่าขอบเขตคืออะไร”
โอโม่ยิ้มตอบด้วยความสุข เขากลายเป็นมาโซคิสม์ที่สมบูรณ์แบบที่มองว่าการลงโทษคือการแสดงความรักและการยอมรับสถานะความเป็นเจ้าของ
คืนวันสุดท้ายก่อนที่โอโม่จะสำเร็จการศึกษาอย่างเป็นทางการ ใหญ่พาโอโม่มาที่ห้องนอนหลักของพวกเขา ห้องที่เต็มไปด้วยความทรงจำของการถูกทำลายและความสุขที่แสนวิปริต
ใหญ่คุกเข่าลงต่อหน้าโอโม่ในขณะที่โอโม่ยืนเปลือยอยู่ตรงหน้าเขา
“โอโม่…” ใหญ่พูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่โอโม่เคยได้ยิน แต่แววตาของเขายังคงฉายแววอำนาจและความเยือกเย็นที่โอโม่รักใคร่ “พี่รู้ว่าน้องทนความรุนแรงของพี่มาตลอด และน้องก็ยอมรับมันได้”
ใหญ่หยิบกล่องกำมะหยี่สีดำขึ้นมา ภายในนั้นมีแหวนทองคำขาวเรียบๆ วางอยู่
“แหวนวงนี้ไม่มีเพชรที่วูบวาบ แต่มันมีค่ามากกว่าสิ่งใดๆ มันคือ สัญลักษณ์ ของการเป็นของพี่อย่างสมบูรณ์” ใหญ่สวมแหวนนั้นลงบนนิ้วนางของโอโม่
“โอโม่ น้องจะอยู่กับพี่ตลอดไป… ภายใต้การควบคุมของพี่… และเป็นเหยื่อที่แสนรักของพี่ตลอดไปได้ไหม?”
โอโม่น้ำตาไหลด้วยความตื้นตัน นี่คือการขอแต่งงานที่แปลกประหลาดที่สุดในโลก แต่เป็นสิ่งที่เขาต้องการมากที่สุด
“ผมยอมครับใหญ่” โอโม่ตอบอย่างมั่นคง “ผมเป็นของใหญ่คนเดียว… ตลอดไป”
ใหญ่ลุกขึ้นยืนแล้วดึงโอโม่เข้ามาจูบอย่างล้ำลึก มันไม่ใช่การจูบที่รุนแรง แต่เป็นการจูบที่เต็มไปด้วยความรักและความเข้าใจในรสนิยมที่เข้ากันได้อย่างสมบูรณ์แบบ
หลังจากพิธีจบการศึกษาของโอโม่ โอโม่ได้พบกับต๊อดโดยบังเอิญ ต๊อดเดินเข้ามาหาเขาด้วยความประหลาดใจที่เห็นโอโม่ดูดีขึ้นมาก และดูมีความสุขอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
“โอโม่… น้องดูดีมากเลยนะ” ต๊อดพูดด้วยรอยยิ้มที่พยายามจะกลับมาสนิทสนม
โอโม่ยิ้มออกมาอย่างมั่นใจ ต่างจากโอโม่คนเก่าที่เคยอ่อนไหวต่อต๊อด “ขอบพี่นะต๊อด”
ต๊อดเหลือบไปเห็นแหวนที่นิ้วนางของโอโม่ “นั่นแหวนอะไรน่ะ?”
“แหวนแต่งงานน่ะ” โอโม่ตอบอย่างภาคภูมิใจ “ใหญ่เป็นคนซื้อให้”
ต๊อดเบิกตากว้างด้วยความตกใจ “แต่งงาน? น้องยังคบกับผู้ชายคนนั้นอยู่เหรอ? เขาดูน่ากลัวมากเลยนะโอโม่… น้องโอเคแน่นะ?”
โอโม่หัวเราะเล็กน้อย เขากอดแขนใหญ่ที่เพิ่งเดินเข้ามาหาแล้วเอียงศีรษะซบไปที่ไหล่ของใหญ่
“พี่โอเคมากต๊อด” โอโม่ตอบ “พี่มีความสุขที่สุดในชีวิตเลยนะ”
ใหญ่ลูบหัวโอโม่เบาๆ แล้วหันไปมองต๊อดด้วยสายตาที่ทำให้ต๊อดรู้สึกหนาวสั่นไปถึงกระดูก “น้องเห็นแล้วใช่ไหมต๊อด? โอโม่ไม่ต้องการใครอีกแล้ว และเขาก็ไม่ต้องการความอ่อนโยนจอมปลอมของน้องด้วย”
“พี่กับโอโม่มีความสุขในแบบของเรา… ความรุนแรง ของพี่ทำให้น้องรู้สึกตัวว่าตัวเองมีชีวิตอยู่” ใหญ่กระซิบเสียงต่ำเพื่อให้ต๊อดได้ยินเท่านั้น “และที่สำคัญ… ขนาด ของพี่ทำให้น้องลืมไอ้หมาวัดอย่างน้องไปหมดสิ้นแล้ว”
ต๊อดไม่มีคำพูดใดๆ จะตอบ เขาเดินจากไปพร้อมกับความรู้สึกพ่ายแพ้โดยสมบูรณ์ และยอมรับว่าเขาไม่สามารถต่อสู้กับความรักที่บิดเบือนแต่ลงตัวของคนทั้งคู่ได้เลย
โอโม่และใหญ่ใช้ชีวิตคู่ในบ้านหลังใหญ่ของพวกเขาอย่างมีความสุขและลงตัว โอโม่ไม่ได้รู้สึกกลัวใหญ่แล้ว แต่เขารักทุกการควบคุม รักทุกการลงโทษที่ใหญ่กระทำต่อเขา เขากลายเป็นมาโซคิสม์ที่สมบูรณ์แบบที่ต้องการความรุนแรงเพื่อเติมเต็มชีวิต
ทุกค่ำคืน โอโม่จะถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกแล้วคุกเข่ารอใหญ่ที่เตียง เขาจะร้องขอการลงโทษด้วยเสียงกระเส่าที่เต็มไปด้วยความปรารถนา และใหญ่ก็จะตอบสนองความต้องการนั้นอย่างไม่ลดละ ด้วยความรุนแรงที่โอโม่รัก และด้วย ขนาด 58 ที่ทำลายขีดจำกัดของโอโม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากการทึกทักและโกหกได้จบลงด้วยการเป็นความจริงที่มืดมิดและน่าหลงใหลที่สุด โอโม่และใหญ่ได้ค้นพบว่าพวกเขาถูกสร้างมาเพื่อเติมเต็มซึ่งกันและกันอย่างสมบูรณ์แบบ พวกเขาคือซาดิสม์และมาโซคิสม์ที่ต่างก็เติมเต็มความต้องการที่บิดเบือนของอีกฝ่ายได้อย่างไม่มีใครแทนที่ได้อีกแล้ว
จบบริบูรณ์
ตอนพิเศษ คืนวันศุกร์แห่งการลงทัณฑ์
วันศุกร์คือวันที่โอโม่รอคอยที่สุดในสัปดาห์ ไม่ใช่เพราะเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ แต่เพราะมันคือ “คืนลงทัณฑ์” ที่ใหญ่ได้กำหนดไว้เป็นประจำ โอโม่ในวัย 24 ปี ตอนนี้ทำงานเป็นเภสัชกรประจำโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ส่วนใหญ่ทำงานเป็นวิศวกรที่ยุ่งเหยิง แต่ไม่ว่างานจะหนักแค่ไหน พวกเขาก็ต้องกลับมาพบกันที่บ้านหลังใหญ่ในคืนวันศุกร์เสมอ
โอโม่กำลังยืนอยู่หน้ากระจกในห้องแต่งตัว เขากำลังพยายามซ่อนรอยช้ำจางๆ ที่เกิดจากความเร่าร้อนเมื่อคืนก่อนที่ยังไม่ทันจางหายไปไหน เขาเลือกสวมเสื้อเชิ้ตคอปกสูงเพื่อปกปิดมันอย่างมิดชิด การปกปิดร่องรอยให้พ้นจากสายตาคนอื่นได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของเขาไปแล้ว
“ถ้าพี่ใหญ่เห็นว่ามีใครมองรอยของพี่อีก… พี่ต้องโดนลงโทษหนักแน่” โอโม่คิดในใจด้วยความหวาดหวั่นผสมความตื่นเต้น
เมื่อเขากลับมาถึงบ้านใหญ่ในตอนเย็น ใหญ่กำลังนั่งทำงานอยู่ในห้องทำงานของเขา โอโม่เดินเข้าไปหาใหญ่แล้วคุกเข่าลงที่เท้าของใหญ่ทันที มันคือการทักทายประจำวันของพวกเขา
“ยินดีต้อนรับกลับบ้านครับ ท่านใหญ่” โอโม่พูดเสียงต่ำอย่างนอบน้อม ดวงตาของเขาจ้องมองไปที่เป้ากางเกงของใหญ่ด้วยความเคารพและเสน่หา
ใหญ่เงยหน้าขึ้นจากจอคอมพิวเตอร์ มองโอโม่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยอำนาจ “โอโม่… วันนี้มีอะไรไม่เรียบร้อยบ้างไหม?”
“ไม่มีครับ” โอโม่ตอบด้วยความมั่นใจ
“แน่ใจนะ?” ใหญ่ถามย้ำด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
“แน่ใจครับ ผมปฏิบัติตามกฎทุกข้ออย่างเคร่งครัด”
ใหญ่พยักหน้าอย่างพึงพอใจ “ดีมาก” เขาโน้มตัวลงมาแล้วใช้มือเชยคางของโอโม่ขึ้นมาเบาๆ “วันนี้พี่จะให้ รางวัล น้องนะ”
รางวัลของใหญ่ไม่ใช่ของมีค่า แต่เป็น ความรุนแรง ที่โอโม่ต้องการ
หลังจากทานอาหารเย็นเสร็จตามที่ใหญ่กำหนดไว้ พวกเขาก็เดินเข้าสู่ห้องนอนหลัก ที่ถูกดัดแปลงให้เป็นห้องแห่งความปรารถนามืดมิดของพวกเขา
โอโม่ถอดเสื้อผ้าออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นร่างกายขาวผ่องที่เต็มไปด้วยร่องรอยของการเป็นเจ้าของ เขาเดินไปที่มุมห้องแล้วหยิบ ปลอกคอหนัง สีดำที่ประดับด้วยโซ่เงินออกมา
“เตรียมตัวได้เลยโอโม่” ใหญ่พูดขณะที่กำลังสวมถุงมือหนังสีดำที่กระชับมือ “คืนนี้พี่จะทำให้น้องแทบขาดใจ”
โอโม่สวมปลอกคอให้ตัวเองแล้วเดินกลับมาหาใหญ่ ใหญ่จับโซ่ที่เชื่อมกับปลอกคอแล้วดึงโอโม่ให้เดินตามไปที่เตียงขนาดใหญ่ โอโม่ถูกจับให้นอนคว่ำหน้าลงกับเตียง ร่างกายของเขาสั่นระริกด้วยความคาดหวัง
ใหญ่หยิบ แส้หนังถัก ที่เขาชอบใช้ขึ้นมา เขายืนมองร่างเปลือยเปล่าของโอโม่ด้วยแววตาแห่งความปรารถนาและความอำมหิต
“น้องรู้นะว่าการเป็นของพี่มันต้องแลกมาด้วยอะไร” ใหญ่พูดเสียงต่ำ “พี่ไม่เคยสนใจความอ่อนโยน… สิ่งที่พี่ให้คือน้องคือความเจ็บปวดที่นำไปสู่ความสุขที่แท้จริง”
“ผมรู้ครับ” โอโม่ตอบเสียงสั่น “ผมอยากให้พี่ลงทัณฑ์ผมครับ… ที่รัก”
คำว่า ‘ที่รัก’ ที่มาพร้อมกับการร้องขอการลงทัณฑ์นั้น ยิ่งกระตุ้นความซาดิสม์ในตัวใหญ่ให้พลุ่งพล่าน
เพี๊ยะ!
เสียงแส้ฟาดลงบนสะโพกของโอโม่ดังสนั่น ร่างกายของโอโม่เกร็งทันทีด้วยความเจ็บปวดที่รุนแรง แต่ความเจ็บปวดนั้นกลับทำให้เส้นประสาททุกส่วนของเขาสั่นสะท้านไปด้วยความสุขที่แสนวิปริต
“อ๊ากกกก!!!” โอโม่กรีดร้อง แต่ในเสียงร้องนั้นกลับมีความต้องการที่ซ่อนอยู่
ใหญ่ไม่หยุด เขาลงแส้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าบนร่างกายของโอโม่จนผิวขาวผ่องกลายเป็นสีแดงก่ำและมีรอยนูนขึ้นมาเป็นทางยาว
“นี่คือรางวัลของความเชื่อฟัง” ใหญ่พูดขณะที่กำลังลงแส้ “ความเจ็บปวดนี้จะเตือนให้น้องรู้ว่าน้องเป็นของใคร!”
โอโม่ไม่ร้องขอให้หยุด แต่เขากลับร้องขอให้ทำต่อ “อีกครับ… ขออีก… แรงกว่านี้ใหญ่… ได้โปรด…”
เมื่อใหญ่ลงแส้จนพอใจแล้ว เขาโยนแส้ทิ้งไปอย่างไม่ใยดี แล้วขึ้นคร่อมโอโม่ที่ยังคงนอนหอบหายใจและจมอยู่กับความเจ็บปวดที่แสนหอมหวาน
ใหญ่ใช้มือที่สวมถุงมือหนังบีบเข้าที่ต้นขาของโอโม่แน่นจนโอโม่ร้องครางออกมาด้วยความเจ็บปวด แล้วเริ่มดำเนินการในส่วนสุดท้ายของพิธีกรรม
การเตรียมตัวนั้นรุนแรงและเร่งรีบตามสไตล์ของใหญ่ เขาไม่สนใจความเจ็บปวดที่โอโม่แสดงออกมา เพราะเขารู้ว่าโอโม่รักความเจ็บปวดนั้น
และแล้ว ขนาด 58 ก็เข้ามาทำหน้าที่ของมันอย่างไม่ลดละ
“อ๊ากกกกก!!!” โอโม่กรีดร้องอีกครั้ง การสอดใส่ที่รุนแรงและเต็มไปด้วยขนาดอันมหึมานั้นยังคงทำให้โอโม่รู้สึกเหมือนถูกฉีกออกทุกครั้ง แต่มันก็เป็นความรู้สึกที่ทำให้โอโม่ถึงขีดสุดของการยอมจำนน
ใหญ่กระแทกกระทั้นอย่างรุนแรงและบ้าคลั่งตามที่โอโม่ต้องการ โอโม่กอดหมอนไว้แน่น ร่างกายสั่นสะท้านไปด้วยความเจ็บปวดและความสุขที่ปนเปกันไปหมด
“น้องชอบไหมโอโม่?” ใหญ่ถามเสียงพร่าขณะที่กระหน่ำความรุนแรงลงมาไม่หยุด
“ชอบครับ!!!” โอโม่ตอบด้วยความรู้สึกที่ท่วมท้น “ผมรักพี่ใหญ่… ผมเป็นของใหญ่คนเดียว… ทำลายผมให้หมดเลยครับ!!!”
คำร้องขอของโอโม่ทำให้ใหญ่พึงพอใจอย่างที่สุด เขาเคลื่อนไหวอย่างบ้าคลั่งจนโอโม่รู้สึกเหมือนสติจะดับวูบไป ความรุนแรงของใหญ่เป็นเหมือนยาเสพติดที่ทำให้โอโม่ขาดไม่ได้
การร่วมรักจบลงด้วยความหมดแรงของทั้งสองคน โอโม่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง ใบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อและน้ำตา แต่ริมฝีปากของเขากลับปรากฏรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจ
ใหญ่ถอดถุงมือออกแล้วโอบกอดโอโม่ที่อ่อนปวกเปียกเข้ามาแนบชิด
“รู้ไหมโอโม่… น้องคือสิ่งที่พี่ขาดไม่ได้” ใหญ่กระซิบข้างหูโอโม่ “น้องทำให้พี่เป็นซาดิสม์ที่สมบูรณ์แบบ”
โอโม่เงยหน้าขึ้นมองใหญ่ “และใหญ่ก็ทำให้ผมเป็นมาโซคิสม์ที่มีความสุขที่สุดในโลกครับ”
โอโม่ยกมือที่มีแหวนแต่งงานขึ้นมาสัมผัสที่แก้มของใหญ่ รอยช้ำบนร่างกายของเขาคือเครื่องหมายของความรักที่ไม่มีวันจางหายไป ความสัมพันธ์ของพวกเขาเริ่มต้นจากความบังเอิญและความกลัว แต่จบลงด้วยความเข้าใจและรสนิยมที่เข้ากันได้อย่างสมบูรณ์แบบ พวกเขาได้ค้นพบความสุขที่แท้จริงในโลกที่บิดเบือนของตัวเองแล้ว
