
คำโปรย
เมื่อ ‘ไอด้า’ เฟรชชี่ตัวแสบตัดสินใจเริ่มปฏิบัติการจีบ ‘อาเจ’ ญาติห่างๆ ที่เขาแอบรักมาตั้งแต่เด็ก เป้าหมายคือการเปลี่ยนสถานะจาก ‘หลานในปกครอง’ มาเป็น ‘เมียในอนาคต’ ให้จงได้!
แต่ดูเหมือนว่า ‘จามีน’ CEO หนุ่มใหญ่ผู้เป็นเป้าหมาย จะไม่ได้เล่นด้วยง่ายๆ เขาพยายามผลักไสและตั้งกำแพงน้ำแข็งไว้สูงลิ่ว
ทว่า…เจอเด็กดื้อใช้สารพัดวิธีอ่อย ทั้งยั่ว ทั้งอ้อน แถมยังขยันหยอดเช้าเย็น กำแพงที่ว่าแข็งแกร่งก็เริ่มมีรอยร้าว จนในที่สุด…จากที่เคยผลักไสก็กลับกลายเป็นฝ่าย ‘คลั่งรัก’ เสียเอง!
แล้วไอด้าจะรับมือกับอาคนใหม่ในโหมดหวงขั้นสุด ที่ตามติดทุกฝีก้าวราวกับเงาได้หรือไม่? มาร่วมลุ้นไปกับความรักสุดป่วนชวนใจฟูครั้งนี้ได้ใน… คลั่งรักเด็กดื้อ
ตอนที่ 1 ปฏิบัติการอ่อย…อา
เสียงเจื้อยแจ้วของการประกาศตัวเป็นเฟรชชี่น้องใหม่ดังขึ้นพร้อมกับเสียงช้อนกระทบจานในเช้าวันเปิดเทอมวันแรก ไอด้าในชุดนักศึกษาใหม่เอี่ยมที่ยังไม่คุ้นชิน นั่งอยู่ตรงข้ามบุพการีทั้งสองด้วยแววตาเป็นประกายยิ่งกว่าดาวฤกษ์ดวงไหนๆ
“พ่อครับแม่ครับ ผมจะไปจีบอาเจอย่างเป็นทางการแล้วนะ!”
ประโยคประกาศิตที่ไม่ได้มีความเกรงอกเกรงใจผู้เป็นอาแม้แต่น้อยหลุดออกมาจากปากอิ่มสีระเรื่อ ผู้เป็นพ่ออย่างคุณคเชนทร์ที่กำลังจิบกาแฟถึงกับสำลัก ส่วนคุณรินรดาผู้เป็นแม่ก็ได้แต่ส่ายหัวเบาๆ กับความมุ่งมั่นเกินร้อยของลูกชายหัวแก้วหัวแหวน
“เอาจริงเหรอลูก” คุณรินรดาถามยิ้มๆ ไม่ได้มีท่าทีตกใจนัก เพราะรู้ดีว่าลูกชายคนนี้หลงรักญาติห่างๆ ของฝั่งสามีมาตั้งแต่แตกเนื้อหนุ่ม
“จริงสิครับแม่ ตอนนี้ผมก็เข้ามหาวิทยาลัยแล้ว บรรลุนิติภาวะแล้วด้วย อาเจจะมาอ้างว่าผมเป็นเด็กไม่ได้อีกต่อไป” ไอด้าตอบอย่างกระฉับกระเฉง ดวงตาคู่สวยฉายแววเด็ดเดี่ยวราวกับกำลังจะไปออกรบ
คุณคเชนทร์วางถ้วยกาแฟลง “พ่อก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอกนะไอ้ลูกชาย จามีนมันเป็นคนดี นิสัยดี การงานก็มั่นคง ถ้าลูกจีบติด พ่อก็สบายใจ”
“เห็นไหมแม่! พ่อยังสนับสนุนเลย” ไอด้าหันไปหาแนวร่วมทันที “แผนการของผมคือ ผมจะเอาข้าวกลางวันไปส่งอาเจทุกวัน สร้างความคุ้นเคย ทำให้เขาเห็นว่าผมโตแล้ว ดูแลเขาได้ แล้วก็…”
เด็กหนุ่มร่ายแผนการที่เตรียมมาเป็นอย่างดีให้พ่อกับแม่ฟังอย่างออกรส ซึ่งทั้งสองก็ได้แต่พยักหน้าตามเป็นลูกคู่ให้กับความพยายามของลูกชายคนเดียว
เป้าหมายของปฏิบัติการในวันนี้คือตึก ‘J-Infinity Corp.’ อาณาจักรธุรกิจไอทียักษ์ใหญ่ใจกลางเมืองที่มี ‘จามีน’ หรือ ‘อาเจ’ ของไอด้าเป็นผู้กุมบังเหียนสูงสุด เด็กหนุ่มในชุดนักศึกษาใหม่เอี่ยมก้าวลงจากรถพร้อมกับปิ่นโตอาหารกลางวันฝีมือมารดา เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ เรียกความมั่นใจก่อนจะเดินเข้าไปในตึกกระจกสูงเสียดฟ้าที่เต็มไปด้วยพนักงานในชุดสูทดูเคร่งขรึม
ความสดใสและชุดนักศึกษาของไอด้าดูจะเป็นสิ่งแปลกปลอมในบรรยากาศที่รีบเร่งและจริงจังของที่นี่ พนักงานประชาสัมพันธ์สาวสวยมองมาที่เขาด้วยความสงสัย
“มาติดต่อใครคะ”
“ผมมาหาคุณจามีนครับ” ไอด้ายิ้มหวานตอบกลับไป รอยยิ้มที่สามารถละลายใจคนได้ในพริบตา
“ได้นัดไว้หรือเปล่าคะ ท่านประธานไม่ได้รับแขกที่ไม่ได้นัดล่วงหน้านะคะ”
“เอ่อ… ไม่ได้นัดครับ แต่บอกเขาว่า ‘ไอด้า’ มาหา เดี๋ยวเขาก็ให้เข้าพบเองแหละครับ” เด็กหนุ่มตอบอย่างมั่นใจในสรรพนามที่ตัวเองใช้เรียกท่านประธานบริษัท
พนักงานสาวเลิกคิ้วเล็กน้อยแต่ก็ยอมต่อสายภายในไปยังห้องเลขานุการหน้าห้องประธาน ไม่นานนักเธอก็วางสายแล้วหันมาบอกไอด้าด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไป “เชิญค่ะ ท่านประธานให้รอที่โซฟารับรองก่อนนะคะ”
ไอด้ายิ้มกริ่มในใจ ‘เห็นไหมล่ะ แค่ชื่อไอด้าคนนี้ อาเจก็ใจอ่อนแล้ว’
เขานั่งรออยู่ไม่นาน ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพอดีตัวก็เดินออกมาจากลิฟต์สำหรับผู้บริหาร จามีนในวัยสามสิบต้นๆ ยังคงดูดีเสมอต้นเสมอปลาย ใบหน้าคมคายติดจะเย็นชา นัยน์ตาสีนิลที่มักจะเรียบนิ่งอยู่เสมอ และเรือนร่างสูงใหญ่ที่ผ่านการออกกำลังกายมาอย่างดีทำให้เขาดูโดดเด่นกว่าใคร
“อาเจครับ!” ไอด้าลุกพรวดขึ้นแล้วโบกไม้โบกมือให้ราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะไม่เห็น
จามีนขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นเจ้าเด็กดื้อที่เขาเอ็นดูมาตั้งแต่ยังเป็นทารกมายืนทำหน้าแป้นแล้นอยู่กลางล็อบบี้บริษัทของเขา “มาทำอะไรที่นี่ไอด้า” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยถามอย่างราบเรียบ แต่แฝงไปด้วยความแปลกใจ
“เอาข้าวกลางวันมาให้ครับ!” ไอด้ายิ้มกว้างจนตาหยี โชว์ปิ่นโตในมืออย่างภาคภูมิใจ “ผมจะเอามาส่งให้อาทุกวันเลย ดีไหมครับ?”
จามีนถอนหายใจยาว เขารู้ดีว่าความตั้งใจของเด็กตรงหน้าไม่ใช่แค่การเอาข้าวมาส่งแน่ๆ “อาบอกแล้วไงว่าเราเป็นแค่อาหลานกัน แล้วอาก็แก่เกินไปสำหรับเรา กลับไปตั้งใจเรียนได้แล้ว” เขาพยายามใช้เหตุผลเข้าสู้ แต่สายตากลับเผลอสำรวจใบหน้าที่ยิ่งโตก็ยิ่งหวาน จมูกโด่งรั้น ริมฝีปากอิ่ม และดวงตาที่สดใสคู่นั้น มันทำให้หัวใจที่เคยสงบนิ่งของเขาสั่นไหวได้อย่างน่าประหลาด
“อายุเป็นเพียงตัวเลขครับอา” ไอด้าเถียงคำไม่ตกฟาก “อีกอย่างนะ… ตอนนี้ผมไม่ได้อยากเป็นหลานแล้ว ผมอยากเป็น ‘เมีย’ อาต่างหาก”
คำประกาศกร้าวที่ดังพอให้พนักงานที่เดินผ่านไปมาได้ยินทำเอาจามีนแทบจะลมจับ เขาไม่เคยเจอใครที่กล้าและตรงไปตรงมาเท่านี้มาก่อน ชายหนุ่มรีบคว้าแขนไอด้าแล้วลากให้ตามเข้าไปในลิฟต์ทันทีเพื่อหนีจากสายตาอยากรู้อยากเห็นของพนักงานคนอื่นๆ
ภายในห้องทำงานสุดหรูบนชั้นสูงสุดของตึก จามีนปล่อยแขนไอด้าแล้วหันไปนวดขมับตัวเองอย่างเหนื่อยใจ
“พูดอะไรออกมา รู้ไหมว่าคนอื่นเขาจะมองเรายังไง”
“ก็มองว่าเป็นว่าที่ภรรยาของท่านประธานไงครับ” ไอด้าตอบหน้าซื่อตาใส เดินสำรวจไปรอบๆ ห้องทำงานที่กว้างขวางราวกับคอนโดมิเนียม
“ไอด้า!” จามีนเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงดังขึ้นเล็กน้อยเพื่อปราม “อาไม่เล่นนะ”
“ผมก็ไม่ได้เล่น” ไอด้ายักไหล่ “ผมจริงจังนะอาเจ ผมชอบอามาตั้งนานแล้ว พ่อกับแม่ก็ไม่ได้ว่าอะไรด้วยซ้ำ”
จามีนถึงกับพูดไม่ออก การที่เพื่อนสนิทอย่างคเชนทร์กับภรรยาไม่ห้ามปรามลูกชายตัวเองเลยนี่มันเรื่องอะไรกัน เขาควรจะทำอย่างไรกับเด็กคนนี้ดี ไล่กลับไปก็คงไม่ยอมง่ายๆ เผลอๆ อาจจะสร้างเรื่องน่าปวดหัวให้เขามากกว่าเดิม
“โอเคๆ อยากอยู่ก็อยู่ไป แต่อย่าเสียงดัง อย่ารบกวนอานะ อาต้องทำงาน” ในที่สุดเขาก็ยอมแพ้
“รับทราบครับผม!” ไอด้ารับคำเสียงใส ก่อนจะเดินไปนั่งแหมะลงบนโซฟาหนังราคาแพง ทำทีเป็นหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน แต่สายตากลับคอยลอบมองใบหน้าคร่ำเคร่งของคนที่เป็นเป้าหมายอยู่ตลอดเวลา
เวลาผ่านไปจนถึงช่วงบ่าย ไอด้าที่เริ่มเบื่อจึงลุกขึ้นไปชงกาแฟ “อาเจครับ กาแฟไหมครับ”
“เอาสิ” จามีนตอบโดยที่สายตายังคงจดจ่ออยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์
ไอด้ายิ้มเจ้าเล่ห์ เขายกแก้วกาแฟร้อนๆ เดินตรงไปที่โต๊ะทำงานของจามีน และในจังหวะที่ยื่นแก้วให้นั้นเอง เขาก็แกล้งทำเป็นสะดุดขาตัวเอง กาแฟร้อนๆ ในแก้วจึงหกราดลงบนเสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาเต็มๆ
“โอ๊ย! ร้อนๆๆ!” ไอด้าร้องเสียงหลง
“เฮ้ย! เป็นอะไรไหม!” จามีนตกใจ รีบลุกขึ้นมาดูอาการของเด็กหนุ่มทันที “ไหน มาให้อาดูซิ”
เขาดึงมือไอด้าให้พ้นจากหน้าอกเพื่อดูร่องรอยแผล แต่กลับพบเพียงผิวขาวเนียนที่ขึ้นสีแดงจางๆ จากความร้อน แต่สิ่งที่ทำให้เขาต้องชะงักคือเสื้อนักศึกษาที่เปียกโชกจนแนบไปกับผิว เผยให้เห็นยอดอกสีชมพูจางๆ อยู่รำไร
ไอด้าแอบมองปฏิกิริยาของอีกฝ่ายแล้วลอบยิ้มในใจ ‘ติดกับแล้ว’
“เสื้อนักศึกษาผมเลอะหมดแล้ว ทำยังไงดีครับ” เด็กหนุ่มทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ “ขอยืมเสื้อเชิ้ตอาใส่กลับบ้านก่อนได้ไหมครับ?”
จามีนที่กำลังใจเต้นไม่เป็นส่ำกับภาพตรงหน้า พยักหน้าตอบตกลงไปอย่างไม่ทันได้คิด เขารีบเดินไปหยิบเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวใหม่จากในตู้เสื้อผ้าสำรองส่งให้ไอด้า “ไปเปลี่ยนในห้องน้ำสิ”
ไอด้ารับเสื้อมาแล้วเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ ไม่นานนักเขาก็เดินกลับออกมาในสภาพที่ทำเอาจามีนต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เด็กหนุ่มสวมเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งของเขาที่ยาวลงมาจนเกือบถึงกลางต้นขา ปลดกระดุมสองเม็ดบนเผยให้เห็นแผงอกขาวเนียนและไหปลาร้าที่เด่นชัด บวกกับเรียวขาสวยที่โผล่พ้นชายเสื้อออกมานั้น มันเป็นภาพที่อันตรายต่อหัวใจของชายโสดมานานปีอย่างเขาเหลือเกิน
“เห็นไหมครับอา” ไอด้าหมุนตัวไปรอบๆ อย่างอารมณ์ดี “เสื้อของอากับตัวของผม… มันเข้ากันดีออกนะ”
คำพูดสองแง่สองง่ามกับภาพลักษณ์ที่ยั่วยวนตรงหน้าทำให้จามีนต้องรีบหันหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีแดงจางๆ ของตัวเอง
“รีบกลับบ้านได้แล้วไป เดี๋ยวอาให้คนขับรถไปส่ง” เขาพูดเสียงเข้มเพื่อกลบเกลื่อนอาการ
“ไม่เอาครับ ผมจะรออาเลิกงานแล้วกลับพร้อมอา” ไอด้าเดินอ้อมโต๊ะทำงานไปยืนอยู่ข้างหลังจามีน ก่อนจะใช้สองแขนโอบรอบคอของอีกฝ่ายไว้หลวมๆ แล้วโน้มตัวลงไปกระซิบที่ข้างหู “อยู่กับอามันอุ่นใจกว่าตั้งเยอะ”
ลมหายใจร้อนๆ และกลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเด็กหนุ่มทำให้จามีนตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป เขากำลังสูญเสียการควบคุมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน… ปฏิบัติการอ่อยของเด็กดื้อในวันนี้ดูเหมือนจะประสบความสำเร็จไปอีกขั้นเสียแล้ว
ตอนที่ 2 ยั่วให้รัก…จนเผลอใจ
หลังจากวันแรกที่ไอด้าบุกไปป่วนถึงบริษัทพร้อมกับทิ้งเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งไว้เป็นที่ระลึก โลกอันสงบสุขของจามีนก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เด็กหนุ่มยึดเอาการไปหาเขาที่ J-Infinity Corp. เป็นกิจวัตรประจำวันหลังเลิกเรียน ไอด้าจะมาพร้อมกับเหตุผลร้อยแปดพันเก้า ทั้งมานั่งทำการบ้านรออาเจกลับบ้านพร้อมกันบ้างล่ะ เอาขนมมาฝากพนักงานในแผนกของอาบ้างล่ะ หรือบางทีก็แค่มานั่งเฉยๆ ส่งสายตาหวานเชื่อมให้เขาจนเสียสมาธิในการทำงาน
สิ่งที่ทำให้จามีนปวดหัวยิ่งกว่าคือสไตล์การแต่งตัวของเด็กคนนี้ที่ดูจะมี ‘ลับลมคมใน’ อยู่เสมอ วันไหนอากาศร้อนหน่อย ไอด้าก็จะมาในชุดเสื้อกล้ามสีขาวกับกางเกงขาสั้นกุด เผยให้เห็นผิวขาวละเอียดและเรียวขาที่น่ามอง วันไหนอากาศเย็นลงมานิด ก็จะเป็นเสื้อสเวตเตอร์คอกว้างที่มักจะ ‘เผลอ’ ไหลลงมาให้เห็นหัวไหล่มนขาวอยู่รำไร
“ทำการบ้านที่มหา’ลัยไม่สะดวกหรือไง ถึงต้องมานั่งทำที่นี่ทุกวัน” จามีนเอ่ยถามเสียงเข้ม พยายามดึงสายตาตัวเองออกจากขาอ่อนขาวๆ ที่โผล่พ้นกางเกงยีนส์ขาสั้นของคนตรงหน้า
“ก็ที่นี่แอร์เย็นนี่ครับอา แล้วก็… มีสมาธิดีด้วย” ไอด้าเงยหน้าขึ้นจากหนังสือเรียน ตอบพร้อมกับส่งยิ้มยั่วมาให้ “โดยเฉพาะเวลาที่ได้เห็นหน้าอาเจ”
คำพูดคำจาที่หวานเลี่ยนและไม่เคยเกรงใจใครของไอด้ากลายเป็นเรื่องปกติที่จามีนต้องเจอในทุกๆวัน แรกๆ เขาก็พยายามดุ พยายามห้าม แต่เจ้าเด็กดื้อก็ทำหูทวนลม ไม่เคยฟัง มิหนำซ้ำยังทวีความร้ายกาจขึ้นเรื่อยๆ จนจามีนเริ่มจะปลง เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเลี้ยงลูกลิงที่ซนเป็นที่หนึ่ง แต่ก็น่ารักจนตีไม่ลง
ความเปลี่ยนแปลงที่น่ากลัวที่สุดเกิดขึ้นกับตัวของจามีนเอง จากที่เคยรำคาญและอยากจะผลักไสไอด้าให้ไปไกลๆ เขากลับพบว่าตัวเองเริ่ม ‘รอคอย’ การมาของเด็กคนนี้ในทุกบ่าย หากวันไหนไอด้ามาช้ากว่าปกติ เขาจะเริ่มกระวนกระวาย ชำเลืองมองนาฬิกาบ่อยขึ้น และจะรู้สึกหงุดหงิดโดยไม่มีสาเหตุ จนเลขานุการหน้าห้องอย่างคุณชนิดาต้องแอบอมยิ้มอยู่บ่อยครั้ง
“วันนี้คุณไอด้าแจ้งว่าติดกิจกรรมรับน้อง อาจจะเข้ามาช่วงเย็นๆ เลยนะคะท่านประธาน” คุณชนิดาเดินเข้ามารายงานเมื่อเห็นเจ้านายของตนมองไปทางประตูเป็นรอบที่สิบ
“ใครถาม” จามีนตอบกลับเสียงขรึมตามฟอร์ม แต่ใบหูที่ขึ้นสีแดงจางๆ นั้นไม่อาจรอดพ้นสายตาของเลขาฯ ผู้มากประสบการณ์ไปได้
เย็นวันนั้น ไอด้ามาถึงบริษัทในสภาพที่ค่อนข้างอิดโรยจากกิจกรรมรับน้อง จามีนที่เห็นดังนั้นจึงอดที่จะเป็นห่วงไม่ได้
“เหนื่อยมากไหม ไปหาอะไรกินกันก่อนกลับดีกว่า” เขาเสนอขึ้นมาเองเป็นครั้งแรก
ดวงตาที่เคยอ่อนล้าของไอด้าเป็นประกายขึ้นมาทันที “จริงเหรอครับอา! งั้นผมอยากกินปิ้งย่าง!”
นั่นเป็นมื้อค่ำมื้อแรกที่พวกเขากินข้าวด้วยกันสองต่อสองนอกบ้านอย่างเป็นทางการ บรรยากาศในร้านปิ้งย่างค่อนข้างครึกครื้น จามีนนั่งมองไอด้าที่กำลังคีบเนื้อย่างเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อยด้วยความเพลิดเพลินอย่างประหลาด เขารู้สึกว่ากำแพงน้ำแข็งที่เขาสร้างขึ้นมารอบตัวกำลังค่อยๆ ถูกความสดใสของเด็กคนนี้ทลายลงทีละนิด
จุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดของความสัมพันธ์ที่คลุมเครือนี้เกิดขึ้นในงานเลี้ยงประจำปีของบริษัท J-Infinity Corp. ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในโรงแรมหรูใจกลางเมือง ในฐานะ ‘หลาน’ ของท่านประธาน ไอด้าจึงได้รับเชิญให้มาร่วมงานด้วย และแน่นอนว่าเด็กหนุ่มไม่พลาดโอกาสสำคัญเช่นนี้
ไอด้าปรากฏตัวในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำปลดกระดุมสองเม็ด เข้าคู่กับกางเกงสแล็คสีเดียวกันที่ขับให้ผิวขาวๆ ของเขาดูผุดผ่องยิ่งขึ้นไปอีก เขากลายเป็นจุดสนใจของพนักงานสาวๆ ในบริษัททันทีที่ก้าวเข้ามาในงาน
จามีนที่กำลังยืนคุยธุรกิจอยู่กับคู่ค้า เผลอมองตามร่างของไอด้าที่เดินเฉิดฉายไปทั่วงานด้วยสายตาที่ไม่ค่อยพอใจนัก เขารู้สึกหงุดหงิดที่เห็นคนอื่นมอง ‘เด็กของเขา’ ด้วยสายตาชื่นชมแบบนั้น
‘เดี๋ยวนะ… เด็กของเขาตั้งแต่เมื่อไหร่’ จามีนสลัดความคิดบ้าๆ นั้นออกจากหัว
ตลอดทั้งงาน ไอด้าทำหน้าที่เป็นเงาตามตัวของจามีน คอยรินไวน์ให้ คอยหยิบอาหารให้ และคอยส่งยิ้มหวานให้เขาอยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งถึงช่วงท้ายของงานที่เริ่มมีการดื่มฉลองกันอย่างหนัก
“อาเจครับ ดื่มเยอะแล้วนะ เดี๋ยวก็เมาหรอก” ไอด้ากระซิบเตือนเมื่อเห็นว่าจามีนรับแก้วแชมเปญจากลูกน้องมาดื่มเป็นแก้วที่สาม
“อารู้ลิมิตตัวเองน่า” จามีนตอบ แต่ความจริงแล้วเขาก็เริ่มรู้สึกมึนๆ นิดหน่อย
“งั้นคืนนี้ให้ผมไปส่งที่คอนโดนะ ผมขับรถให้” ไอด้าอาสาขึ้นมาทันที
จามีนมองหน้าเด็กหนุ่มที่ทำตาแป๋วใส่เขาแล้วก็ปฏิเสธไม่ลง เขาพยักหน้าเบาๆ เป็นการตอบตกลง
เมื่อรถสปอร์ตคันหรูมาจอดที่ชั้นใต้ดินของคอนโดมิเนียม จามีนก็อยู่ในสภาพที่มึนกว่าที่คิดไว้ตอนแรก เขาต้องให้ไอด้าช่วยพยุงลงจากรถ
“ไหวไหมครับอา”
“ไหว… แค่มึนๆ นิดหน่อย”
ไอด้าประคองร่างสูงใหญ่ของจามีนเข้าไปในลิฟต์ส่วนตัวที่ตรงไปยังชั้นเพนท์เฮาส์ เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก เขาก็พาร่างของจามีนตรงไปยังห้องนอนทันที
“ถึงเตียงแล้วครับอา นอนพักนะ” ไอด้าค่อยๆ วางร่างของจามีนลงบนเตียงขนาดคิงไซส์อย่างนุ่มนวล แต่ในจังหวะที่เขากำลังจะผละออกนั้นเอง เด็กหนุ่มก็แกล้งทำเป็นสะดุดพรมล้มลงไปทับร่างของจามีนเข้าอย่างจัง
“โอ๊ะ!”
ร่างทั้งสองนอนทาบทับกันอยู่บนเตียงนุ่ม ใบหน้าของพวกเขาอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ จามีนที่กำลังมึนงงเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่สวยที่กำลังจ้องมองเขาอยู่ก่อนแล้ว ลมหายใจอุ่นๆ ที่มีกลิ่นแชมเปญเจือจางของไอด้าเป่ารดอยู่ที่ข้างแก้มของเขา ปลุกสติสัมปชัญญะที่ใกล้จะหลับใหลให้ตื่นขึ้นมาเต็มตา
บรรยากาศในห้องเงียบสงัด ได้ยินเพียงเสียงหัวใจของคนสองคนที่เต้นระรัวราวกับกลองชุด
“ถ้าผมจูบอาตอนนี้…” ไอด้ากระซิบถามเสียงพร่า แฝงไปด้วยความยั่วยวนที่จามีนไม่เคยได้ยินมาก่อน “…อาจะผลักผมออกไหมครับ”
จามีนนิ่งอึ้งไปกับคำถามนั้น สมองของเขาขาวโพลนไปหมด ร่างกายไม่ขยับเขยื้อนราวกับถูกสะกดด้วยมนตร์บางอย่าง
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ตอบ ไอด้าจึงถือว่านั่นคือคำอนุญาต เขายกยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะ ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้… ใกล้ขึ้นอีก… จนกระทั่งริมฝีปากอิ่มนุ่มของเขาสัมผัสเข้ากับริมฝีปากหยักได้รูปของจามีนอย่างแผ่วเบา
มันเป็นเพียงจูบที่อ่อนโยนเหมือนขนนก แต่กลับสร้างแรงสั่นสะเทือนมหาศาลขึ้นในใจของจามีน ความรู้สึกซาบซ่านที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนแล่นปราดไปทั่วทั้งร่าง ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบของผู้ชายที่ถูกเก็บซ่อนไว้ลึกสุดใจให้ตื่นขึ้น
จามีนควรจะผลักเด็กคนนี้ออกไปตามที่สมองสั่งการ แต่ร่างกายของเขากลับทรยศ เขายังคงนอนนิ่ง ปล่อยให้เด็กดื้อที่กำลังได้ใจเป็นฝ่ายคุมเกม ไอด้าค่อยๆ บดเบียดริมฝีปากของตัวเองเข้ากับของจามีนอย่างเชื่องช้า ละเลียดชิมความหวานล้ำที่เขาโหยหามานาน ก่อนจะสอดลิ้นร้อนเข้าไปในโพรงปากของอีกฝ่ายอย่างกล้าหาญ
วินาทีนั้นเองที่เส้นความอดทนเส้นสุดท้ายของจามีนขาดสะบั้นลง เขาพลิกร่างกลับขึ้นมาเป็นฝ่ายคุมเกมอยู่ด้านบน กดไอด้าไว้ใต้ร่างแล้วมอบจูบที่ร้อนแรงและเรียกร้องกลับไปอย่างที่ใจต้องการ… ค่ำคืนนี้ยังอีกยาวไกล และดูเหมือนว่า… อาคนขรึมจะได้เผลอใจให้กับเด็กดื้อของเขาเข้าอย่างจังเสียแล้ว
ตอนที่ 3 คำสารภาพของคนปากแข็ง
แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่เข้ามาในห้องนอนหรู ปลุกจามีนให้ตื่นขึ้นจากห้วงนิทราที่แสนสั้น เขากะพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับสายตาให้ชินกับความสว่าง ก่อนที่ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนจะไหลบ่าเข้ามาในหัวราวกับม้วนฟิล์มที่กรอซ้ำไปซ้ำมา… จูบที่ร้อนแรง สัมผัสที่แนบชิด และเสียงครางหวานที่ยังคงดังก้องอยู่ในความทรงจำ
ชายหนุ่มหันไปมองพื้นที่ข้างๆ เตียงที่ว่างเปล่า ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกและผิดหวังในเวลาเดียวกัน เขาลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง ยกมือขึ้นกุมขมับที่ปวดตุบๆ พยายามประมวลผลเรื่องราวทั้งหมด
‘นี่เราทำบ้าอะไรลงไป’
ความรู้สึกผิดถาโถมเข้าใส่เขาอย่างจัง เขาคือผู้ใหญ่ คือ ‘อา’ ของเด็กคนนั้น แต่เมื่อคืนเขากลับปล่อยให้สัญชาตญาณดิบเข้าครอบงำอย่างสิ้นเชิง เขากลายเป็นคนฉวยโอกาสที่ล่วงเกินเด็กที่เมามายไม่ได้สติ…
แต่เดี๋ยวก่อนนะ… คนที่เมาคือเขาไม่ใช่เหรอ? ส่วนเจ้าเด็กแสบนั่นต่างหากที่เป็นคนเริ่มก่อน!
ความคิดในหัวตีกันวุ่นวายจนเขาแทบจะบ้าตาย เสียงเปิดประตูห้องนอนที่ดังขึ้นทำให้จามีนสะดุ้งสุดตัว ไอด้าเดินเข้ามาพร้อมกับถาดอาหารเช้าง่ายๆ ในมือ เด็กหนุ่มอยู่ในชุดเสื้อคลุมอาบน้ำของเขา ใบหน้าสดใสปราศจากเครื่องสำอางค์ดูน่ารักน่าเอ็นดูไปอีกแบบ
“ตื่นแล้วเหรอครับอาเจ” ไอด้ายิ้มหวาน “ผมทำซุปแก้แฮงค์มาให้”
จามีนมองหน้าเด็กหนุ่มที่ดูไม่มีทีท่าทุกข์ร้อนอะไรเลยสักนิด ต่างจากเขาที่แทบจะสติแตก “เรื่องเมื่อคืน…” เขาพยายามจะเปิดประเด็น
“เรื่องเมื่อคืนทำไมเหรอครับ” ไอด้าแกล้งทำหน้าซื่อ วางถาดอาหารลงบนโต๊ะข้างเตียง
“…ลืมมันไปซะ” จามีนพูดออกมาเสียงเรียบ พยายามบังคับใบหน้าให้ดูเย็นชาที่สุด “ถือซะว่ามันเป็นความผิดพลาด เราสองคนเมากันทั้งคู่”
รอยยิ้มบนใบหน้าของไอด้าจางหายไปในทันที ดวงตาคู่สวยที่เคยเป็นประกายหม่นแสงลงอย่างเห็นได้ชัด “ผิดพลาดเหรอครับ… สำหรับผม มันไม่ใช่ความผิดพลาดนะ”
“แต่มันใช่สำหรับอา” จามีนยืนกรานเสียงแข็ง “เราเป็นอาหลานกันไอด้า มันเป็นไปไม่ได้”
ไอด้าจ้องหน้าจามีนนิ่ง เขากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือ ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาในอก แต่เขาก็พยายามสะกดกลั้นมันเอาไว้ เด็กหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาบางๆ
“ก็ได้ครับ ถ้าอาเจอยากให้ลืม ผมก็จะลืม” เขาพูดเสียงเบา “งั้นผมกลับก่อนนะ ตั้งใจทำงานนะครับ”
พูดจบไอด้าก็หมุนตัวเดินออกจากห้องไปทันที ทิ้งให้จามีนนั่งนิ่งอยู่บนเตียงกับความรู้สึกสับสนและหน่วงในใจ เขาทำถูกแล้วใช่ไหม? การผลักไสไอด้าออกไปคือสิ่งที่ถูกต้องแล้วจริงๆ น่ะเหรอ?
หลังจากวันนั้น ไอด้าก็หายไปจากชีวิตของจามีนอย่างสิ้นเชิง ไม่มีเด็กหนุ่มที่หิ้วปิ่นโตมาหาตอนกลางวัน ไม่มีข้อความทักทายในตอนเช้า ไม่มีใครมานั่งทำการบ้านส่งสายตายั่วๆ ให้เขาที่บริษัทอีกต่อไป ตอนแรกจามีนก็รู้สึกโล่งใจ แต่เมื่อเวลาผ่านไปหนึ่งสัปดาห์เต็ม ความโล่งใจนั้นกลับถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกว่างเปล่าและ… คิดถึง
เขากลายเป็นฝ่ายที่กระวนกระวายเสียเอง เผลอหยิบมือถือขึ้นมาดูบ่อยๆ ด้วยความหวังว่าจะเห็นข้อความจากใครบางคน แต่ก็ไม่มี
ส่วนทางด้านไอด้า หลังจากโดนอาเจปฏิเสธอย่างเย็นชา เขาก็เสียใจอยู่สองวันเต็มๆ แต่คนอย่างไอด้าไม่มีทางยอมแพ้ง่ายๆ ในเมื่อไม้แข็งใช้ไม่ได้ผล เขาก็ต้องเปลี่ยนแผนใหม่
“แผนยั่วให้หึง”
ไอด้าประกาศชื่อแผนการใหม่ให้เพื่อนสนิทในกลุ่มฟังที่โต๊ะม้าหินอ่อนใต้ตึกคณะ “ฉันจะทำให้อาเจทนไม่ไหวจนต้องเป็นฝ่ายวิ่งมาหาฉันเอง”
“แล้วแกจะทำยังไงวะ” เพื่อนคนหนึ่งถาม
ไอด้ายิ้มเจ้าเล่ห์ “ฉันก็ต้องหาตัวช่วยหน่อย… นนท์! แกมานี่หน่อยสิ”
เขาตะโกนเรียก ‘นนท์’ เดือนคณะบริหารฯ ที่มีดีกรีเป็นถึงนักกีฬาบาสของมหาวิทยาลัย หนุ่มหล่อร่างสูงโปร่งเดินเข้ามาหาด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร
“มีอะไรให้ช่วยเหรอไอด้า”
“ช่วยเป็นนายแบบถ่ายรูปคู่กับฉันหน่อยสิ เอาแบบดูสนิทสนมกันสุดๆ เลยนะ”
นนท์พยักหน้าตกลงอย่างว่าง่าย ไอด้าจึงจัดแจงตั้งกล้องถ่ายรูปคู่กับนนท์หลายสิบรูป ทั้งรูปที่นนท์โอบไหล่เขา รูปที่นั่งติวหนังสือด้วยกันใกล้ๆ หรือแม้กระทั่งรูปที่นนท์แกล้งยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ เหมือนจะหอมแก้มเขา
เมื่อได้รูปที่พอใจแล้ว ไอด้าก็สร้างบัญชีโซเชียลมีเดียขึ้นมาใหม่ แล้วโพสต์รูปที่ดูสนิทสนมที่สุดลงไป พร้อมกับแคปชั่นชวนคิดว่า…
“ติวหนังสือกับคนเก่ง… ใจฟูเลย 😊 #พี่รหัสน้องรหัส”
แน่นอนว่าเขาจงใจติดแฮชแท็กให้ดูเหมือนเป็นแค่พี่น้องรหัสกันธรรมดาๆ เพื่อที่เขาจะได้มีข้ออ้างทีหลังได้ แต่ภาพที่ออกมามันกลับดูเกินกว่าพี่น้องไปไกล
ข่าวซุบซิบเรื่องนี้ไปถึงหูคุณชนิดา เลขาฯ หน้าห้องของจามีนได้อย่างรวดเร็วผ่านเครือข่ายพนักงานในบริษัท เธอจึงตัดสินใจนำเรื่องนี้ไป ‘รายงาน’ เจ้านายของเธอด้วยความปรารถนาดี (หรืออยากรู้อยากเห็นก็ไม่อาจทราบได้)
“ท่านประธานคะ พอดีดิฉันไปเห็นรูปในโซเชียลมา เหมือนว่าคุณไอด้าจะมีคนที่สนิทสนมเป็นพิเศษที่มหาวิทยาลัยนะคะ” คุณชนิดาพูดพร้อมกับยื่นแท็บเล็ตที่เปิดรูปนั้นค้างไว้ให้จามีนดู
วินาทีแรกที่จามีนเห็นรูปนั้น โลกทั้งใบของเขาก็เหมือนจะหยุดหมุน ภาพของไอด้าที่กำลังยิ้มอย่างมีความสุขอยู่ข้างๆ ผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่เขา แถมไอ้หมอนั่นยังหล่อล่ำกล้ามใหญ่อยู่ในระยะที่ใกล้ชิดจนน่าเกลียด มันเหมือนมีค้อนปอนด์มาทุบเข้าที่กลางอกอย่างจัง
“ใคร” เขาเค้นเสียงถามออกมาได้เพียงคำเดียว
“เห็นว่าเป็นรุ่นพี่ที่คณะค่ะท่านประธาน”
คลื่นความรู้สึกร้อนรุ่มที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนซัดสาดเข้ามาในใจของจามีนอย่างรุนแรง ความหึงหวง ความโกรธ ความไม่พอใจ มันปะทุขึ้นมาพร้อมกันจนเขาแทบควบคุมตัวเองไม่อยู่ เขาจำได้ว่าเขาเป็นคนบอกให้ไอด้าลืมเรื่องของพวกเขาเอง แต่ทำไมพอเห็นเด็กนั่นไปมีความสุขกับคนอื่น เขาถึงได้เจ็บปวดและทรมานได้ขนาดนี้
วันนั้นทั้งวัน จามีนไม่เป็นอันทำงาน เขาเอาแต่นั่งจ้องรูปในแท็บเล็ตซ้ำไปซ้ำมา ความเยือกเย็นสุขุมที่เคยมีหายไปหมดสิ้น เหลือเพียงผู้ชายขี้หึงคนหนึ่งที่กำลังจะคลั่งตาย
และแล้วความอดทนของเขาก็หมดลง จามีนคว้ากุญแจรถแล้วพุ่งตรงออกจากห้องทำงานไปทันที เป้าหมายของเขาคือมหาวิทยาลัยของไอด้า เขาต้องไปเคลียร์เรื่องนี้ให้รู้เรื่อง!
เขามาถึงมหาวิทยาลัยในช่วงเย็น และภาพที่เขาเห็นก็ยิ่งราดน้ำมันลงบนกองไฟเข้าไปอีก ไอด้ากำลังนั่งหัวเราะคิกคักอยู่กับไอ้เดือนคณะคนนั้นที่โต๊ะม้าหินอ่อนใต้ตึกคณะ ทั้งสองดูมีความสุขและสนิทสนมกันมากเสียจนจามีนรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นส่วนเกิน
“ไอด้า!”
จามีนตะโกนเรียกชื่อเด็กหนุ่มเสียงดังลั่น จนนักศึกษาที่อยู่บริเวณนั้นหันมามองเป็นตาเดียว ไอด้ากับนนท์หันมามองตามเสียงเรียกด้วยความตกใจ
“อาเจ!” ไอด้าทำตาโตเหมือนประหลาดใจสุดขีด ทั้งที่ในใจกำลังเต้นระรัวด้วยความดีใจ
จามีนเดินหน้าตึงตรงเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าคนทั้งสอง สายตาคมกริบจ้องไปที่นนท์อย่างเอาเรื่อง “ไอ้เด็กในรูปนั่นมันเป็นใคร!”
นนท์ที่เห็นท่าไม่ดีจึงรีบลุกขึ้น “เอ่อ… งั้นเราไปก่อนนะไอด้า” แล้วก็รีบเผ่นแน่บไปทันที
“เพื่อนผมเองครับอา” ไอด้าแกล้งทำหน้าซื่อ “อาเจมีอะไรหรือเปล่าครับ มาถึงที่นี่เลย”
ความใจเย็นของไอด้ายิ่งทำให้จามีนเดือดดาล “มีอะไรเหรอ? ก็มีเรื่องไอ้ผู้ชายคนนั้นไง! เราไปสนิทกับมันตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมอาไม่เคยรู้!”
“อ้าว ก็อาเป็นคนบอกให้ผมลืมเรื่องของเราเองไม่ใช่เหรอครับ” ไอด้าย้อนกลับ “แล้วอาจะมาหงุดหงิดทำไมล่ะครับ ในเมื่อเรา… ไม่ได้เป็นอะไรกัน”
คำพูดของไอด้าเหมือนกริชที่แทงเข้าไปกลางใจของจามีน เขาจุกจนพูดไม่ออก สมองที่เคยใช้สั่งการเรื่องธุรกิจที่ซับซ้อนกลับว่างเปล่าไปหมด เขารู้เพียงแค่ว่าเขาไม่ต้องการให้มันเป็นแบบนี้ เขาไม่อยากให้ไอด้าเป็นของคนอื่น
ในที่สุด จามีนก็ทนไม่ไหว เขาระเบิดความรู้สึกที่เก็บไว้ทั้งหมดออกมาต่อหน้าสายตาประชาชีนับสิบ
“หยุด! หยุดเล่นได้แล้ว! หยุดปั่นหัวอาสักที!” เขากระชากแขนไอด้าให้ลุกขึ้นมาเผชิญหน้ากับเขา “เพราะอา… อาทนไม่ไหวแล้วโว้ย! อาชอบเรา… ชอบไอ้เด็กดื้ออย่างเรา! ได้ยินไหม!”
สิ้นเสียงประกาศิตของจามีน บริเวณนั้นก็ตกอยู่ในความเงียบกริบ ทุกคนต่างอ้าปากค้างกับการสารภาพรักสุดดุดันของชายหนุ่มชุดสูท ส่วนไอด้า… เขากำลังยืนยิ้มกว้างอย่างผู้ชนะ
“ในที่สุด… ก็ยอมพูดออกมาสักทีนะครับ”
จามีนที่เพิ่งรู้ตัวว่าเผลอทำอะไรลงไปก็หน้าแดงก่ำ เขาอยากจะแทรกแผ่นดินหนีไปให้พ้นๆ จากตรงนี้
“ถ้าอยากให้ผมหยุดเล่น… อาก็ต้องยอมไปเดทกับผมก่อนสิครับ” ไอด้าฉวยโอกาสยื่นข้อเสนอทันที
จามีนที่จนมุมไปหมดทุกทางแล้ว ทำได้เพียงพยักหน้าตกลงอย่างจำนน
ภาพตอนจบของฉากนี้คือ CEO หนุ่มใหญ่ที่นั่งตัวเกร็งในร้านไอศกรีมสีชมพูหวานแหวว โดยมีเด็กหนุ่มปีหนึ่งนั่งเลียไอศกรีมรสสตรอว์เบอร์รีพลางส่งยิ้มร่าเริงมาให้อยู่ตรงข้าม… การเดทครั้งแรกของพวกเขาได้เริ่มต้นขึ้นแล้วอย่างเป็นทางการ
ตอนที่ 4 อาคนขรึม…สู่โหมดคลั่งรัก
หลังจากคำสารภาพรักกลางลานคณะและการเดทครั้งแรกที่ร้านไอศกรีมสีชมพู ชีวิตของไอด้าก็เปลี่ยนไปราวกับหลุดเข้าไปในนิยายรักน้ำเน่าที่เขาเคยแอบอ่าน อาเจของเขา ได้สลัดคราบ CEO ผู้เย็นชาทิ้งไปอย่างสิ้นเชิง และสวมบทบาทใหม่เป็น ‘แฟนหนุ่มคลั่งรัก’ เต็มเวลา
ทุกเช้าไอด้าจะตื่นมาพบกับข้อความ “อรุณสวัสดิ์ครับเด็กดื้อของอา” พร้อมกับอิโมจิรูปหัวใจที่ดูไม่เข้ากับบุคลิกขรึมๆ ของคนส่งแม้แต่น้อย ระหว่างวันก็จะมีสายโทรศัพท์โทรเข้ามาถามไถ่แทบจะทุกพักเบรก “เรียนเหนื่อยไหม” “กินข้าวหรือยัง” “คิดถึงอาไหมครับ” จนเพื่อนๆ ในกลุ่มต้องแซวจนเขาหน้าแดงไปหมด
แต่ที่หนักที่สุดคือตอนเลิกเรียน ที่หน้าตึกคณะบริหารฯ จะมีรถสปอร์ตยุโรปคันหรูมาจอดรอรับเขาทุกวันไม่เคยขาด กลายเป็นภาพที่นักศึกษาทั้งคณะคุ้นชินไปเสียแล้ว จามีนจะก้าวลงจากรถในชุดสูทเนี้ยบกริบ เปิดประตูรอรับเขาด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่มีให้เขาเห็นเพียงคนเดียว
“วันนี้เป็นยังไงบ้าง เหนื่อยไหม” จามีนถามพลางเอื้อมมือมาลูบผมนุ่มของไอด้าอย่างอ่อนโยน โดยไม่สนใจสายตานับสิบคู่ที่กำลังมองมา
“ก็ดีครับอา” ไอด้ายิ้มรับอย่างเขินอาย “แต่ต่อไปนี้อาไม่ต้องมารับทุกวันก็ได้นะครับ ผมเกรงใจ”
“เกรงใจทำไม เราเป็นแฟนกันนะ” จามีนพูดหน้าตาย ก่อนจะจับมือเขาไปกุมไว้แล้วพาเดินไปขึ้นรถ “อาแค่อยากเจอหน้าเราให้เร็วที่สุดก็เท่านั้นเอง”
ในช่วงแรก ไอด้ายอมรับว่าเขามีความสุขมาก มันเหมือนฝันที่เป็นจริง เขาคือผู้ชนะ คือคนที่สามารถทลายกำแพงน้ำแข็งรอบตัวจามีนลงได้สำเร็จ การโดนตามใจ การโดนเอาอกเอาใจตลอดเวลามันทำให้เขารู้สึกเหมือนเป็นคนพิเศษที่สุดในโลก
ของขวัญราคาแพงถูกส่งมาให้เขาไม่เว้นแต่ละวัน ตั้งแต่แท็บเล็ตรุ่นล่าสุดสำหรับจดเลคเชอร์ ไปจนถึงเสื้อผ้าแบรนด์เนมคอลเลคชั่นใหม่ แต่สิ่งที่ทำให้ไอด้าใจฟูที่สุดคือการที่จามีนจำได้ทุกรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เขาเคยพูด อย่างเช่นครั้งหนึ่งเขาเคยบ่นลอยๆ ว่าอยากได้ฟิกเกอร์ตัวละครลิมิเต็ดที่หาซื้อยากมากแล้ว สัปดาห์ต่อมาฟิกเกอร์ตัวนั้นก็มาตั้งอยู่ในห้องนอนของเขาเรียบร้อย
ทว่า… เหรียญย่อมมีสองด้านเสมอ เมื่อความใส่ใจเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความครอบงำ ความสุขของไอด้าก็เริ่มลดน้อยถอยลง
จามีนต้องการรู้ตารางเรียนและตารางชีวิตของเขาทั้งหมด เขาต้องรายงานทุกฝีก้าวว่าไปไหน ทำอะไร กับใคร บางครั้งที่เขาไปกินข้าวหรือดูหนังกับกลุ่มเพื่อน จามีนก็จะวิดีโอคอลเข้ามาเป็นระยะๆ เพื่อ ‘เช็ค’ ให้แน่ใจว่าเขาอยู่กับเพื่อนจริงๆ
“ไอ้ด้า แฟนแกโทรมาอีกแล้วนะเว้ย นี่รอบที่ห้าของชั่วโมงนี้แล้วนะ” เพื่อนคนหนึ่งเอ่ยแซวขณะที่พวกเขากำลังนั่งติวหนังสือกันอยู่ที่โรงอาหาร
ไอด้าถอนหายใจยาว กดรับสายด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้เป็นปกติที่สุด “ครับอา… อยู่กับเพื่อนครับ… ครับๆ แค่นี้นะครับ”
“แฟนแกหรือพ่อวะ โทรตามยิ่งกว่าที่บ้านฉันอีก”
คำพูดของเพื่อนแทงใจดำไอด้าอย่างจัง จากที่เคยรู้สึกดี เขากลับเริ่มรู้สึกอึดอัด เหมือนมีสายจูงที่มองไม่เห็นผูกคอเขาไว้อยู่ตลอดเวลา ความเป็นส่วนตัวของเขาค่อยๆ หายไปทีละนิด
และแล้วฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ความอดทนของไอด้าขาดสะบั้นก็มาถึงในงาน ‘University Open House’ ซึ่งเป็นงานใหญ่ประจำปีของมหาวิทยาลัย มีการออกร้าน จัดคอนเสิร์ต และกิจกรรมสันทนาการต่างๆ มากมาย แน่นอนว่าจามีนต้องขอตามมา ‘คุม’ แฟนเด็กของเขาด้วย
บรรยากาศในงานคึกคักและเต็มไปด้วยวัยรุ่น ซึ่งดูจะขัดกับจามีนในชุดเสื้อเชิ้ตเรียบๆ กับกางเกงสแล็คสีเข้มอย่างสิ้นเชิง เขายืนอยู่ข้างๆ ไอด้าด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง แต่ในมือกลับกุมมือของไอด้าไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
“อาเจ ไม่ต้องจับมือผมแน่นขนาดนี้ก็ได้ ไม่มีใครมาฉุดผมไปหรอกน่า” ไอด้ากระซิบ บอกอย่างขำๆ
“กันไว้ก่อน” จามีนตอบเสียงเรียบ แต่สายตากลับสอดส่องไปรอบๆ ราวกับเหยี่ยวที่คอยระวังภัยให้ลูกนก
แล้วเรื่องก็เกิดขึ้นจนได้ เมื่อ ‘นนท์’ เดือนคณะบริหารฯ คนเดิมที่เคยเป็นเครื่องมือในแผนยั่วหึงของไอด้า เดินยิ้มเข้ามาทักทายพวกเขา
“อ้าว ไอด้า มาเที่ยวงานด้วยเหรอ” นนท์ทักอย่างเป็นกันเอง “แล้วนี่…” สายตาของนนท์เหลือบไปมองจามีนที่ยืนทำหน้าขรึมอยู่ข้างๆ
“อ๋อ นี่อาเจ… แฟนเราเอง” ไอด้าแนะนำอย่างเลี่ยงไม่ได้
“สวัสดีครับ” นนท์ยกมือไหว้จามีนอย่างนอบน้อม ก่อนจะหันกลับมาคุยกับไอด้า “พอดีเลยไอด้า เมื่อวานอาจารย์ฝากชีทสรุปมาให้ว่ะ เราเกือบลืมเลย”
นนท์พูดพลางหยิบชีทออกมาจากกระเป๋า แล้วก็ทำในสิ่งที่เขาไม่ควรทำที่สุด… เขายกแขนขึ้นมาโอบไหล่ไอด้าอย่างสนิทสนมตามประสาเพื่อนผู้ชาย แล้วพูดว่า “เดี๋ยวคืนนี้โทรไปติวให้นะเว้ย ตรงนี้แม่งยากชิบ”
วินาทีนั้นเองที่บรรยากาศรอบตัวเย็นเยียบลงฉับพลัน รอยยิ้มบนใบหน้าของจามีนหายไป ถูกแทนที่ด้วยแววตาแข็งกร้าวและเย็นชาจนน่ากลัว เขามองแขนของนนท์ที่พาดอยู่บนไหล่ของ ‘แฟนเขา’ เหมือนกำลังมองสิ่งปฏิกูล
จามีนไม่พูดอะไรสักคำ เขาเพียงแค่ก้าวเข้าไปหนึ่งก้าว ใช้มือหนาของเขาปัดแขนของนนท์ออกจากไหล่ของไอด้าอย่างแรงจนนนท์เซไปเล็กน้อย จากนั้นก็ดึงตัวไอด้าให้เข้ามาหลบอยู่ด้านหลังเขา แล้วส่งสายตาพิฆาตที่เต็มไปด้วยแรงกดดันไปให้นนท์
นนท์ที่เจอสายตาแบบนั้นเข้าไปถึงกับหน้าซีดเผือด เขารู้สึกเหมือนกำลังถูกสิงโตจ้องจะขย้ำคอ “เอ่อ… งั้น… งั้นเราไปก่อนนะ” พูดจบก็รีบหันหลังเดินหนีไปอย่างรวดเร็ว
“อาทำบ้าอะไรของอาเนี่ย!” ไอด้าตะคอกใส่ทันทีที่นนท์เดินลับตาไป “อายเพื่อนผมหมดแล้ว!”
“มันแตะตัวเรา” จามีนตอบเสียงลอดไรฟัน ความโกรธยังคงคุกรุ่นอยู่ในแววตา
“เขาก็แค่เพื่อน! แค่โอบไหล่เนี่ยนะ! อามันจะมากเกินไปแล้วนะ!” ไอด้าสะบัดแขนออกจากมือของจามีนด้วยความโมโห
“กลับบ้าน” จามีนสั่งเสียงเฉียบขาด ไม่เปิดโอกาสให้ไอด้าได้โต้เถียง
บรรยากาศบนรถเงียบกริบจนน่าอึดอัด มีเพียงเสียงแอร์ที่ดังอยู่เบาๆ ไอด้านั่งกอดอกหันหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง ไม่ยอมพูดจากับคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ส่วนจามีนก็ขับรถด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึม
เมื่อมาถึงเพนท์เฮาส์ ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออก ไอด้าก็ระเบิดอารมณ์ที่อัดอั้นมาตลอดทางทันที
“ผมทนไม่ไหวแล้วนะ! อาจะทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ หึงไม่เข้าเรื่องแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่! ผมเป็นแฟนอานะ ไม่ใช่นักโทษที่ต้องโดนคุมขังตลอดเวลา!”
“แล้วจะให้อาทำยังไง!” จามีนตวาดกลับเสียงดังไม่แพ้กัน “จะให้ยืนดูเฉยๆ เวลาที่ผู้ชายคนอื่นมาแตะเนื้อต้องตัวแฟนตัวเองรึไง!”
“นั่นมันเพื่อนผม! โลกของผมมันก็มีเพื่อน มีสังคมของผมบ้างสิ! อาต้องเชื่อใจผมสิ!”
“แล้วจะให้อาเชื่อใจได้ยังไง ในเมื่อรอบตัวเรามีแต่คนหนุ่มๆ รุ่นเดียวกัน!” จามีนเผลอตะโกนความรู้สึกที่แท้จริงในใจออกไป “อา… อามันแก่แล้วใช่ไหมล่ะ!”
ไอด้าชะงักไปกับคำพูดนั้น “อาพูดเรื่องอะไร”
น้ำเสียงของจามีนอ่อนลง แววตาที่เคยแข็งกร้าวฉายแววสับสนและไม่มั่นคงออกมาอย่างปิดไม่มิด “อากลัว…” เขาพูดเสียงแผ่ว “อากลัวว่าวันหนึ่งเราจะเบื่อคนแก่อย่างอา… กลัวว่าเราจะรู้สึกว่าอาเป็นคนน่ารำคาญ ไม่เข้าใจโลกของเด็กอย่างเรา… แล้วสุดท้ายเราก็จะทิ้งอาไปหาคนที่อายุเท่ากัน คนที่เข้ากับเราได้มากกว่า”
นี่เป็นครั้งแรกที่ไอด้าได้เห็นด้านที่อ่อนแอของจามีน แต่ความโกรธและความรู้สึกอึดอัดที่สั่งสมมามันมีมากกว่า เขาเหนื่อยเกินกว่าจะมานั่งปลอบใจคนขี้หึงตรงหน้าแล้ว
“ถ้าอายังคิดแบบนี้ ไม่เคยเชื่อใจผมเลยสักนิด… เราก็คงอยู่ด้วยกันไม่ได้หรอก” ไอด้าพูดเสียงเย็นชา “ถ้างั้น… ก็อยู่กับความกลัวของอาไปคนเดียวเถอะ!”
พูดจบ ไอด้าก็หันหลังเดินออกจากห้องไปทันที ปล่อยให้จามีนยืนนิ่งอยู่กลางห้องนั่งเล่นที่กว้างขวางเพียงลำพังกับความรู้สึกผิดและความกลัวที่กัดกินหัวใจของเขา… นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาทะเลาะกันอย่างรุนแรง และมันอาจจะนำไปสู่รอยร้าวที่ยากจะประสานก็เป็นได้
ตอนที่ 5 ปราบพยศ…อาคลั่งรัก
ความเงียบเข้าปกคลุมเพนท์เฮาส์สุดหรูที่เคยมีแต่เสียงหัวเราะของไอด้า จามีนทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างหมดแรง คำพูดสุดท้ายของไอด้ายังคงดังก้องอยู่ในหัว “อยู่กับความกลัวของอาไปคนเดียวเถอะ!” มันเหมือนมีดที่กรีดซ้ำลงบนแผลสดในใจเขา เขายอมรับว่าตัวเองทำผิด ผิดที่เอาความไม่มั่นคงของตัวเองไปทำร้ายคนที่เขารักที่สุด
เขานั่งจมอยู่กับความทุกข์และความเสียใจอยู่อย่างนั้นเนิ่นนาน จนกระทั่งตัดสินใจโทรหาคนเดียวที่เขานึกถึงในตอนนี้
“คุณนิดา ผม… ผมทะเลาะกับไอด้า” จามีนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนล้าผิดกับทุกครั้ง
คุณชนิดา เลขานุการผู้รู้ใจที่ทำงานกับเขามานานกว่าสิบปี ถึงกับแปลกใจที่เจ้านายผู้ไม่เคยแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็นโทรมาปรึกษาเรื่องหัวใจในเวลาค่ำมืด “เกิดอะไรขึ้นคะท่านประธาน”
จามีนเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้เธอฟังอย่างไม่ปิดบัง ตั้งแต่ความหึงหวงไร้เหตุผลไปจนถึงคำพูดที่ทำร้ายจิตใจไอด้า เมื่อเล่าจบเขาก็เงียบไป รอคอยคำแนะนำจากลูกน้องคนสนิท
“ดิฉันขอพูดตรงๆ นะคะ” คุณชนิดาถอนหายใจ “ท่านประธานทำตัวงี่เง่ามากค่ะ ความรักมันต้องอยู่บนพื้นฐานของความไว้ใจนะคะ คุณไอด้าเขารักท่านประธานมากขนาดนั้น วิ่งตามจีบมาเป็นปีๆ พอท่านได้เขามาเป็นแฟนแล้ว กลับทำตัวเป็นเจ้าของที่ไม่ให้เกียรติพื้นที่ส่วนตัวของเขาเลย ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป ต่อให้รักกันมากแค่ไหนก็ต้องเลิกกันอยู่ดีค่ะ”
คำพูดที่ตรงไปตรงมาของคุณชนิดาเหมือนน้ำเย็นที่สาดเข้ามาให้จามีนได้สติ เขาหลับตาลงช้าๆ ยอมรับความจริงทุกอย่าง “แล้ว… ผมควรทำยังไงดี”
“ท่านก็ต้องไปขอโทษเขา และไม่ใช่แค่คำพูด แต่ต้องพิสูจน์ด้วยการกระทำว่าท่านจะเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อเขาให้ได้ค่ะ”
ในขณะเดียวกัน ไอด้าที่หนีออกมาจากคอนโดของจามีนก็ไม่ได้ไปไหนไกล เขาขับรถกลับบ้านของตัวเอง น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลออกมาทันทีที่เขาดับเครื่องยนต์ เขาทรุดตัวลงฟุบกับพวงมาลัยแล้วร้องไห้ออกมาอย่างหนัก ทั้งโกรธ ทั้งเสียใจ ทั้งสับสนไปหมด
คุณรินรดาที่เห็นไฟรถของลูกชายจอดอยู่นานผิดปกติจึงเดินออกมาดู ก็พบว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนกำลังร้องไห้จนตัวโยน
“ไอด้า! เป็นอะไรไปลูก!”
คืนนั้น ไอด้าได้ระบายความอัดอั้นตันใจทั้งหมดให้ผู้เป็นแม่ฟัง คุณรินรดาลูบหัวลูกชายอย่างปลอบประโลม
“แม่เข้าใจว่าลูกอึดอัด แต่ลูกก็ต้องเข้าใจอาเขาด้วยนะ” คุณรินรดาพูดอย่างใจเย็น “จามีนเขาเป็นผู้ใหญ่มาตลอดชีวิต เขาไม่เคยมีความรักแบบหนุ่มสาว ไม่เคยต้องมาหึงหวงใคร พอเขามารักเราซึ่งเด็กกว่าเขามาก มันก็ไม่แปลกที่เขาจะรู้สึกไม่มั่นคงและกลัวว่าจะเสียเราไป การกระทำของเขาอาจจะผิด แต่มันก็เกิดจากความรักที่เขามีให้ลูกมากเกินไปนะ”
คำพูดของแม่ทำให้ไอด้าได้ฉุกคิด เขานึกถึงแววตาที่สับสนและเจ็บปวดของจามีนตอนที่สารภาพความกลัวของตัวเองออกมา บางทีเขาอาจจะใจร้ายกับอีกฝ่ายเกินไปจริงๆ
วันรุ่งขึ้น บรรยากาศที่คณะบริหารฯ คึกคักเป็นพิเศษ เมื่อมีรถยนต์หรูมาจอดเทียบที่หน้าตึก พร้อมกับการปรากฏตัวของ CEO หนุ่มใหญ่เจ้าของบริษัท J-Infinity Corp. ที่นักศึกษาทุกคนจำหน้าได้ดีจากการสารภาพรักในตำนานครั้งก่อน
จามีนก้าวลงจากรถ ในมือของเขาไม่ได้มีช่อดอกไม้ แต่เป็นกล่องหูฟังไร้สายรุ่นล่าสุดที่ไอด้าเคยเปรยว่าอยากได้ เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วเดินตรงไปยังโต๊ะม้าหินอ่อนตัวเดิมที่ไอด้ามักจะมานั่งกับเพื่อนๆ
ไอด้าที่เห็นจามีนเดินตรงมาหาก็ถึงกับทำอะไรไม่ถูก เพื่อนๆ ในกลุ่มต่างพากันลุกขึ้นแล้วถอยออกไปอย่างรู้งาน เปิดพื้นที่ให้คนสองคนได้เคลียร์กัน
จามีนมายืนอยู่ตรงหน้าไอด้า แววตาของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดอย่างสุดซึ้ง
“อาขอโทษ” เขาเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อน “อาขอโทษสำหรับทุกอย่าง ขอโทษที่ทำตัวงี่เง่า ไม่ไว้ใจเรา และเอาความกลัวของตัวเองไปทำร้ายเรา”
ไอด้านั่งฟังเงียบๆ มองลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย
“อาอาจจะยังไม่รู้วิธีรักที่ดีพอ แต่อาอยากเรียนรู้… เรียนรู้ไปพร้อมๆ กับเรา” จามีนยื่นกล่องหูฟังไปตรงหน้า “อาสัญญาว่าจะไม่ทำตัวเป็นเจ้าของอีก จะให้เกียรติพื้นที่ส่วนตัวของเรา และจะพยายามเป็นแฟนที่ดีกว่านี้ให้ได้… ยกโทษให้อาได้ไหมครับ”
นักศึกษาที่มุงดูอยู่ห่างๆ ต่างพากันลุ้นตัวโก่ง ไอด้ามองหน้าจามีนสลับกับกล่องหูฟังในมือ ก่อนที่เขาจะถอนหายใจออกมาเบาๆ
“ผมจะยกโทษให้ก็ได้…”
จามีนตาเป็นประกายขึ้นมาทันที
“…แต่ผมมีข้อแม้” ไอด้าพูดต่อ “ต่อไปนี้ ถ้าอารู้สึกไม่สบายใจอะไร ต้องพูดกับผมตรงๆ ห้ามคิดเองเออเองแล้วมาระเบิดอารมณ์ใส่ผมแบบนี้อีก อาต้องเชื่อใจผมให้มากกว่านี้ และต้องให้ผมมีเวลาส่วนตัวกับเพื่อนๆ บ้าง ตกลงไหมครับ”
นี่ไม่ใช่แค่การง้องอน แต่เป็นการสร้างข้อตกลงเพื่อความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน จามีนพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น “ครับ อาตกลงทุกอย่าง”
ไอด้าคลี่ยิ้มออกมาในที่สุด เขารับกล่องหูฟังมาไว้ในมือ ก่อนจะทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขย่งปลายเท้าขึ้นเล็กน้อย แล้วใช้สองมือประคองใบหน้าคมคายของจามีนเข้ามาใกล้ ก่อนจะประทับจูบลงไปอย่างดูดดื่มและหนักแน่น ท่ามกลางเสียงโห่ร้องแซวของฝูงชนรอบข้าง
มันคือจูบแห่งการให้อภัย คือคำมั่นสัญญา และคือการประกาศให้โลกรู้ว่าผู้ชายคนนี้คือของเขา จามีนที่ตกใจในตอนแรกก็รีบตอบสนองจูบนั้นกลับไปอย่างโหยหาทันที เขาดึงร่างบางของไอด้าเข้ามากอดไว้แน่น ราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะหายไปอีกครั้ง
หลังจากวันนั้น ความสัมพันธ์ของทั้งสองก็เข้าสู่สมดุลใหม่อีกครั้ง จามีนยังคงเป็น ‘อาคลั่งรัก’ เหมือนเดิม แต่เป็นในเวอร์ชันที่อัปเกรดแล้ว เขายังคงมารับมาส่ง แต่ก็เว้นระยะให้ไอด้าได้ไปไหนมาไหนกับเพื่อนฝูงได้อย่างอิสระ เขายังคงโทรหาบ่อยๆ แต่ก็เรียนรู้ที่จะไม่ก้าวก่ายเวลาส่วนตัวของอีกฝ่าย
บางครั้งเมื่อจามีนเห็นนนท์เดินมาคุยกับไอด้า เขาก็ยังมีอาการหวงก้างอยู่บ้าง แต่เขาก็เลือกที่จะเชื่อใจแฟนเด็กของตัวเอง และไอด้าเองก็เรียนรู้ที่จะทำให้คนรักของเขาสบายใจ ด้วยการเดินเข้าไปจูงมือจามีนแล้วแนะนำอย่างภาคภูมิใจว่า “นี่อาเจ… แฟนผมเอง”
เย็นวันหนึ่งในเพนท์เฮาส์ที่แสนอบอุ่น ไอด้านอนหนุนตักจามีนอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ ขณะที่อีกฝ่ายกำลังลูบผมเขาเล่นเบาๆ พลางอ่านเอกสารงานไปด้วย
“เหนื่อยไหมครับอา…” ไอด้าเอ่ยถามขึ้นมาลอยๆ “…ที่ต้องมารักเด็กดื้ออย่างผม”
จามีนละสายตาจากเอกสาร ก้มลงมองใบหน้าหวานของคนที่นอนอยู่บนตักด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความรัก เขาก้มลงจูบหน้าผากมนอย่างแผ่วเบา ก่อนจะตอบด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่นที่สุด
“ไม่เหนื่อยเลย… เพราะเด็กดื้อคนนี้…”
“…”
“คือความสุขทั้งชีวิตของอา”
จบบริบูรณ์
ตอนพิเศษ ภารกิจดูแลเด็กดื้อไข้ขึ้น
เสียงนาฬิกาปลุกดิจิทัลดังขึ้นในเช้าวันเสาร์ที่สดใส แต่คนที่นอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนากลับไม่มีทีท่าว่าจะขยับ ไอด้าซุกใบหน้าลงกับหมอนนุ่ม รู้สึกปวดหนึบไปทั่วทั้งศีรษะและเมื่อยล้าไปทั้งร่างกายราวกับเพิ่งไปวิ่งมาราธอนมา
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นช่วงสอบมิดเทอมพอดี เขาโหมอ่านหนังสือจนดึกดื่นติดกันหลายคืน และดูเหมือนว่าตอนนี้ร่างกายจะเริ่มประท้วงเอาเสียแล้ว
“อือ…” เสียงครางแผ่วเบาหลุดออกมาจากลำคอ
จามีนที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จและกำลังติดกระดุมเสื้อเชิ้ตเตรียมออกไปตีกอล์ฟกับหุ้นส่วน ได้ยินเสียงนั้นก็รีบเดินเข้ามาดูที่ข้างเตียงทันที
“ตื่นแล้วเหรอครับ” เขาพูดพลางเอื้อมมือไปลูบกลุ่มผมนุ่มของคนที่ยังไม่ยอมลืมตา “สายแล้วนะ วันนี้เรามีนัดไปดูหนังกันไม่ใช่เหรอ”
ไอด้าทำได้เพียงส่ายหน้าไปมาบนหมอน “ปวดหัว… ไม่ไปได้ไหมครับ”
คำตอบนั้นทำให้จามีนขมวดคิ้วด้วยความกังวล เขาทาบหลังมือลงบนหน้าผากมนของไอด้าทันที และก็ต้องตกใจกับความร้อนที่สัมผัสได้
“ตัวร้อนจี๋เลยนี่นา! ไม่สบายเหรอไอด้า!”
น้ำเสียงที่ร้อนรนผิดปกติของจามีนทำให้ไอด้าต้องพยายามปรือตาขึ้นมามอง “สงสัยจะตากฝนเมื่อวานนิดหน่อย แค่กๆ” พูดไม่ทันขาดคำก็ไอออกมาสองสามที
วินาทีนั้นเองที่สวิตช์ ‘โหมดประธานบริษัท’ ของจามีนถูกปิดลง และสวิตช์ ‘โหมดอาคลั่งรักขั้นสุด’ ก็ถูกเปิดขึ้นมาแทนที่ เขารีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรออกทันที
“คุณนิดา ผมขอยกเลิกนัดตีกอล์ฟวันนี้… ไม่สิ ยกเลิกนัดทั้งหมดของผมในสุดสัปดาห์นี้เลย… ใช่ ด่วนที่สุด! พอดีไอด้าไม่สบาย ผมต้องดูแลเขา”
ไอด้าที่ได้ยินดังนั้นก็พยายามจะลุกขึ้นห้าม “อาเจ ไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นก็ได้ครับ ผมแค่เป็นไข้หวัดธรรมดา กินยาแล้วนอนพักเดี๋ยวก็หาย”
“ไม่ได้!” จามีนกดวางสายแล้วหันมามองแฟนเด็กของเขาด้วยสายตาดุๆ “นอนลงไปเลย ห้ามลุกไปไหนทั้งนั้น นี่คือคำสั่ง”
อำนาจของท่านประธานที่ไม่ได้ใช้มานานถูกนำกลับมาใช้อีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่ได้แฝงไปด้วยความเย็นชา แต่เต็มไปด้วยความห่วงใยจนล้นปรี่ ไอด้าที่ไม่มีแรงจะเถียง ได้แต่ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงตามเดิมอย่างว่าง่าย
จากนั้นภารกิจดูแลเด็กดื้อไข้ขึ้นฉบับ CEO ก็เริ่มต้นขึ้น จามีนหายเข้าไปในห้องน้ำสักพักแล้วกลับออกมาพร้อมกับกะละมังใบเล็กและผ้าขนหนู เขาบรรจงชุบน้ำอุ่นแล้วเช็ดตัวให้ไอด้าอย่างเบามือที่สุด ตั้งแต่ใบหน้า ลำคอ ไล่ลงมาตามแขนและแผ่นอกขาวๆ ที่เริ่มขึ้นสีแดงจางๆ จากพิษไข้
“อือ… เย็น” ไอด้าครางเบาๆ เมื่อผ้าเย็นๆ สัมผัสกับผิวร้อนๆ
“ทนหน่อยนะ จะได้สบายตัว” จามีนพูดปลอบเสียงนุ่ม ก่อนจะไปค้นตู้ยาแล้วนำยาลดไข้กับน้ำอุ่นมาให้
“กินยาซะ จะได้ดีขึ้น”
ไอด้ามองเม็ดยาในมือแล้วทำหน้าเบ้ “ไม่เอา ไม่อยากกินยา มันขม” เด็กหนุ่มงอแงเหมือนเด็กๆ ซึ่งเป็นภาพที่จามีนไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก
จามีนถอนหายใจ แต่ก็ไม่ได้ดุอะไร เขาวางแก้วน้ำลงแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิม “งั้นเดี๋ยวอาไปหาอะไรหวานๆ มาให้กินหลังกินยานะครับคนเก่ง… นะครับ”
ลูกอ้อนของอาเจทำให้ไอด้าใจอ่อน เขายอมรับยามากินแต่โดยดี แม้จะทำหน้าเหมือนกินยาพิษเข้าไปก็ตาม
หลังจากจัดการเรื่องยาเรียบร้อย จามีนก็เดินตรงไปยังห้องครัว เขาเปิดตู้เย็นที่ปกติแล้วแทบจะไม่มีวัตถุดิบอะไรเลยนอกจากน้ำเปล่ากับไวน์ ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาเสิร์ชหาสูตร ‘ข้าวต้มหมูสับสำหรับคนป่วย’
ภาพของ CEO หนุ่มใหญ่เจ้าของบริษัทไอทีพันล้านที่กำลังยืนเด๋อด๋าอยู่หน้าเตา ใส่ผ้ากันเปื้อนลายหมีน้อย (ซึ่งเป็นของไอด้า) พลางมองจอโทรศัพท์สลับกับหม้อข้าวต้ม เป็นภาพที่หาดูได้ยากยิ่งกว่าสุริยุปราคาเสียอีก เขาพยายามสับหมูอย่างทุลักทุเล โรยกระเทียมเจียวเยอะเกินไปนิด ปรุงรสเค็มไปหน่อย แต่ทั้งหมดนั้นก็ทำออกมาจากความตั้งใจและความรักล้วนๆ
ไม่นานนัก ข้าวต้มหมูสับร้อนๆ หอมฉุยก็ถูกยกมาเสิร์ฟให้ไอด้าถึงเตียงนอน
“กินข้าวต้มก่อนนะ จะได้มีแรง”
ไอด้ามองข้าวต้มในชามแล้วยิ้มออกมาบางๆ เขารู้ดีว่าปกติแล้วจามีนไม่เคยเข้าครัวเลย “อายอมทิ้งงานมาทำกับข้าวให้ผมเลยเหรอครับเนี่ย”
“งานเทียบไม่ได้กับเราหรอก” จามีนตอบทันทีโดยไม่ต้องคิด “มา… อ้าปากสิ อาป้อน”
ไอด้าอ้าปากรับข้าวต้มที่อีกฝ่ายเป่าจนอุ่นพอดีแล้วอย่างว่าง่าย รสชาติของมันอาจจะสู้ร้านอร่อยๆ ไม่ได้ แต่มันกลับเป็นข้าวต้มที่อร่อยที่สุดในโลกสำหรับเขาในตอนนั้น เขากินไปได้เกือบหมดชามก่อนจะส่ายหน้าว่าอิ่มแล้ว
ตลอดทั้งวันนั้น จามีนทำหน้าที่เป็นพยาบาลส่วนตัวที่ไม่เคยพร่องในหน้าที่ เขาคอยเช็ดตัวให้ทุกๆ สองสามชั่วโมง คอยป้อนยา ป้อนข้าว และนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงไม่ห่าง เขายกเลิกการประชุมทางวิดีโอกับต่างประเทศ เปลี่ยนห้องนอนให้กลายเป็นออฟฟิศชั่วคราว นั่งทำงานไปพลาง ชำเลืองมองอาการของคนที่หลับอยู่บนเตียงไปพลาง
ตกเย็น ไอด้าตื่นขึ้นมาอีกครั้งเพราะรู้สึกว่ามีผ้าเย็นๆ มาวางอยู่บนหน้าผาก เขาลืมตาขึ้นก็พบว่าจามีนกำลังมองเขาอยู่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและความห่วงใย
“รู้สึกดีขึ้นบ้างไหม”
ไอด้าพยักหน้า “ดีขึ้นเยอะแล้วครับ… ขอบคุณนะครับอาเจ ที่ดูแลผมดีขนาดนี้”
“หน้าที่ของอาอยู่แล้ว” จามีนพูดพลางเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากของไอด้าออกเบาๆ “การดูแลเราไม่ใช่หน้าที่ แต่มันคือความสุขของอา การเห็นเราไม่สบายแบบนี้ต่างหากที่ทำให้อาทรมานที่สุด”
คำพูดที่จริงใจนั้นทำให้หัวใจของไอด้าพองโต เขายกมือที่ไร้เรี่ยวแรงขึ้นไปลูบข้างแก้มสากของอีกฝ่ายเบาๆ “ผมรักอานะครับ”
“อาก็รักเรา… เด็กดื้อของอา”
จามีนค่อยๆ โน้มใบหน้าลงไปจูบที่หน้าผากมน ไล่ลงมาที่เปลือกตา ปลายจมูกรั้น และหยุดลงที่ริมฝีปากที่ซีดเซียวเล็กน้อย เขาประทับจูบลงไปอย่างแผ่วเบาและอ่อนโยน เป็นจูบที่ไม่ได้ร้อนแรงแต่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและความทะนุถนอม ไอด้าจูบตอบกลับไปอย่างอ่อนแรง แต่ก็เป็นการยืนยันความรู้สึกที่มีให้กันอย่างชัดเจน
จามีนถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง “นอนพักต่อนะครับ พรุ่งนี้จะได้หายดี”
เขาจัดผ้าห่มให้ไอด้าเรียบร้อย ก่อนจะล้มตัวลงนอนข้างๆ แล้วดึงร่างที่ยังอุ่นๆ ของไอด้าเข้ามากอดไว้ในอ้อมแขนอย่างหวงแหน
เช้าวันต่อมา ไอด้าตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสดชื่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน อาการปวดหัวหายเป็นปลิดทิ้ง และไม่มีไข้แล้ว เขาลืมตาขึ้นก็พบว่าตัวเองยังคงนอนอยู่ในอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นของจามีนที่ยังคงหลับสนิทอยู่
เด็กหนุ่มขยับตัวอย่างเบาที่สุดเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวน แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะรู้ตัวเสียก่อน วงแขนแกร่งกระชับกอดเขาแน่นขึ้นไปอีก
“จะไปไหน” จามีนถามเสียงงัวเงีย
“ตื่นแล้วเหรอครับ” ไอด้ายิ้ม “ผมหายดีแล้วนะ ไม่เชื่ออาลองจับตัวดูสิ” เขาพูดพลางจับมือของจามีนมาทาบที่หน้าผากของตัวเอง
จามีนไล้มือไปตามใบหน้าเนียนแล้วก็ยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ “ดีแล้ว”
“เมื่อวานขอบคุณมากนะครับ คุณพยาบาลส่วนตัวของผม” ไอด้าพูดพลางซุกหน้าเข้ากับแผงอกอุ่นๆ “แต่คราวหลังไม่ต้องทิ้งงานมาดูแลผมก็ได้ ผมดูแลตัวเองได้”
“ไม่มีทาง” จามีนตอบเสียงหนักแน่น “ต่อให้มีประชุมกับผู้นำระดับโลก แต่ถ้าเราร้องว่าปวดหัวแค่นิดเดียว อาจะทิ้งทุกอย่างแล้วมาหาเราทันที… จำไว้”
ไอด้าหัวเราะออกมาเบาๆ กับความเผด็จการที่น่ารักนั้น “ครับๆ พ่อคนคลั่งรัก พ่อหมีขี้หวงของผม”
“แล้วเราก็เป็นเด็กดื้อจอมยั่วของอาคนเดียว”
จามีนพูดจบก็พลิกร่างขึ้นมาคร่อมไอด้าไว้ ก่อนจะมอบจูบในยามเช้าที่ทั้งหวานและร้อนแรงให้เป็นรางวัลสำหรับเด็กดีที่หายป่วย… แสงแดดอ่อนๆ ที่สาดส่องเข้ามาในห้องนอนเป็นพยานให้กับความรักของพวกเขาทั้งสอง ในโลกส่วนตัวที่มีเพียง ‘อา’ กับ ‘เด็กดื้อ’ แค่นี้ก็คือคำนิยามของความสุขที่สมบูรณ์แบบที่สุดแล้ว
